สองชั่วโมงต่อมา
พื้นที่โดยรอบหลายสิบลี้กลายเป็นผืนดินไหม้เกรียมอันเงียบงันอย่างสิ้นเชิง บนพื้นไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์ที่สูงเกินข้อเท้า ชั้นหินที่เผยออกมาแตกกระจาย หุบเหวขนาดมหึมาสลับซับซ้อนตัดผ่านกันไปมา อากาศอบอวลด้วยกลิ่นไหม้ฉุนกึก กระทั่งกลิ่นคาวเลือดยังคลุ้งอยู่
ใจกลางสนามรบ เงาร่างทั้งสี่ยังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทว่าจังหวะการต่อสู้ไม่บ้าคลั่งเหมือนช่วงแรกอีกต่อไป หากหนักหน่วงและเหนื่อยล้าจนแทบหายใจไม่ออก
เจ้ามนุษย์กล้ามเนื้อกลายเป็นก้อนเนื้อเลือดที่ยากจะบรรยาย ร่างใหญ่โตของมันไม่มีผิวหนังส่วนใดสมบูรณ์แม้แต่น้อย ทั่วร่างเต็มไปด้วยรอยดาบลึกถึงกระดูกและรอยหมัดเน่าเละ กระดูกทั่วร่างแตกหักจนรูปร่างบิดเบี้ยวผิดรูป
ทว่าตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างที่แผ่ออกจากตัวมันกลับยังคงเพิ่มสูงขึ้น ทุกการโจมตีแฝงพลังอันชวนให้ใจสั่น ไม่มีใครกล้าปะทะตรง ๆ นอกจากซ่งซือเก๋อ
ส่วนเกราะจักรกลที่สู้มาตั้งนานโดยไม่พูดสักคำก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกันนัก เกราะของมันเต็มไปด้วยรอยหมัดบุบและร่องรอยจากการถูกความร้อนสูงเผาไหม้
ทั่วร่างซ่งซือเก๋อมีบาดแผลลึกตื้นปะปนกัน เนื้อหนังฉีกเปิดออกหลายแห่งมีร่องรอยถูกความร้อนสูงเผาไหม้หรือถูกพลังมหาศาลฉีกกระชาก ส่วนใหญ่ตกสะเก็ดไปแล้ว ราวหนึ่งชั่วโมงก่อน เขาก็เลิกใช้วิธีต่อสู้แบบแลกแผลกับอีกฝ่าย
การโจมตีของเจ้ามนุษย์กล้ามเนื้อรุนแรงขึ้นถึงระดับเกินจริง แม้แต่ซ่งซือเก๋อก็ยังไม่กล้ารับประกันว่าตนจะทนไหว
