เจียงจืออวี๋ตอบด้วยสีหน้าใสซื่อว่า “ไม่ถือหรอก”
เย่อี้ฉือเงียบไปสองสามวินาที ก่อนยื่นมือไปหาเจียงจืออวี๋
แปลกแฮะ ก็ไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีสักหน่อย
แล้วทำไมถึงรู้สึกประหม่าอยู่นิด ๆ ล่ะ?
มือซ้ายของเขาประคองข้อมือเจียงจืออวี๋ไว้อย่างหลวม ๆ
ส่วนมือขวากำหมัดแล้วดันเข้าที่หลังเอวของเธอเบา ๆ
เจียงจืออวี๋กะพริบตาด้วยความประหลาดใจ
สุดยอด! เธอหาจุดออกแรงเจอจริง ๆ ด้วย!
มืออาชีพ! มืออาชีพสุด ๆ!
เย่อี้ฉือเตือนเสียงเบา “อย่าใจลอย”
เสียงทุ้มไพเราะของผู้ชายดังขึ้นข้างหลังใบหูของเจียงจืออวี๋
ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดผิวของเธอ
มือที่เย่อี้ฉือจับข้อมือเธอไว้ค่อย ๆ ดึงไปด้านหลัง
ท่อนบนของเจียงจืออวี๋เปลี่ยนท่าไปในพริบตา
“แบบนี้”
“รู้สึกได้หรือยัง?”
เจียงจืออวี๋แหงนหน้ามองเย่อี้ฉือ ดวงตาเป็นประกาย “หมอเทวดาชัด ๆ!”
“อย่ามองฉัน ตั้งใจหน่อย”
เย่อี้ฉือแกล้งทำเสียงฮึดฮัดอย่างเท่ ๆ
แต่ในใจฟินไปเรียบร้อยแล้ว
พอใกล้หมดเวลาพักกลางวัน คลาสเต้นเล็ก ๆ ของเย่อี้ฉือก็จบลงเสียที
เขาบอกเจียงจืออวี๋ว่า “พักก่อนนะ ฉันจะไปซื้อกาแฟสักแก้ว”
พูดจบก็เดินออกไปโดยไม่รอให้เจียงจืออวี๋ตอบ
ที่จริงเขาไม่ได้อยากดื่มกาแฟ
คาเฟอีนมากเกินไปส่งผลต่อการนอน แถมยังทำร้ายผิวด้วย
เขาแค่หาเหตุผลมาอ้าง เพราะไม่อยากอยู่ในห้องซ้อมเต้นต่อแล้ว
ไม่รู้ทำไม พออยู่ในห้องซ้อมเต้นกับเจียงจืออวี๋ตามลำพังสองต่อสอง เขาก็รู้สึกอึดอัด
เมื่อวานเจียงจืออวี๋ยังเป็นผู้ชายที่นิสัยแย่ ชวนให้หมั่นไส้และน่าโดนต่อยอยู่เลย
วันนี้จู่ ๆ เธอกลับกลายเป็นคนขยันตั้งใจ ว่านอนสอนง่ายน่ารัก แถมยังดูน่าสงสารนิด ๆ
