อะไร ๆ ก็ยากตั้งแต่เริ่มต้น เริ่มใหม่กี่ครั้งก็ยังยากอยู่ดี
แอนโธนีผู้กล้าหาญฝ่าฟันอุปสรรค พูดความคิดในใจออกมารวดเดียว
“เสี่ยวอวี๋ ฉันไม่ขัดหรอกนะถ้านายกับฉีซือจะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่เพื่อนที่สนิทที่สุดของนายต้องเป็นฉันต่างหาก!”
“คนอื่นบอกว่าภาษาจีนฉันไม่ดี เลยไม่เล่นด้วย ฉีซือก็เอาแต่บังคับให้ฉันเรียน มีแค่นายที่เหมือนฉัน ชอบกินของอร่อย”
“เพราะงั้น นายต้องชอบฉันให้มาก ๆ นะ!”
คำพูดพวกนี้มีเหตุมีผลมาก ไม่เหมือนคำพูดที่แอนโธนีจะพูดได้ตามปกติเลย
เดาสิว่าเกิดอะไรขึ้น?
แอนโธนีไม่ได้พูดคำพวกนี้ออกมาจริง ๆ
ถึงในหัวเขาจะคิดแบบนั้นก็เถอะ
แต่ในความเป็นจริง เจียงจืออวี๋ได้ยินแค่คำพูดเหล่านี้
“เสี่ยวอวี๋! เราดีที่สุด! คนอื่นไม่เล่นกับฉัน ฉีซือเรียนกับฉัน!”
“ฉันกิน นายก็กิน! ชอบฉันเยอะ ๆ!”
เจียงจืออวี๋: ?
พูดอะไรพึมพำ ๆ น่ะ?
นี่ภาษาจีนจริงเหรอ? ทำไมเธอฟังไม่รู้เรื่องสักประโยคเลย?
ผู้เชี่ยวชาญภาษาจีนระดับศูนย์นี่เธอเพิ่งค้นพบเข้าให้แล้ว
…
เซียวเหลียงจิบไวน์แดง
ไวน์แดงที่ผู้กำกับหวังเตรียมไว้คุณภาพไม่เลว
แต่แน่นอนว่า เทียบกับที่เขาดื่มเป็นประจำยังห่างชั้นกันมาก
รสไวน์ไม่เข้มข้น หวาน ๆ คล้ายน้ำผลไม้มากกว่า
เขาไม่ชอบ
แต่ใครบางคนน่าจะชอบมาก
ก็คนคนนั้นยังกินเชอร์รีป่ากับเบอร์รีบนภูเขาอย่างเอร็ดอร่อยได้เลยนี่นา
รสนิยมเหมือนเด็กชัด ๆ
พอนึกถึงเจียงจืออวี๋ เซียวเหลียงก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
เจียงจืออวี๋รู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองเป็นไอดอล?
คนในวงการที่รู้จักกันก็อยู่ตรงหน้าแท้ ๆ แต่เจียงจืออวี๋กลับไม่เข้าไปทักสักคน เอาแต่กิน ๆ เคี้ยว ๆ อยู่นั่น
หิวขนาดนั้นเลยหรือไง?
ทำเหมือนตอนถ่ายรายการเขาปล่อยให้เธอหิวโซอย่างนั้นแหละ
ทั้งที่ตอนแบ่งปลา เขาก็ยกชิ้นใหญ่ให้เจียงจืออวี๋ตลอด
เป็นเจียงจืออวี๋เองที่ไม่เห็นค่า
แถมทุกครั้งยังบอกว่าปลาชิ้นใหญ่กินแล้วรสชาติเหมือนอึจริง ๆ เล่นมุกพ้องเสียงอีกต่างหาก
เซียวเหลียงถอยไปหนึ่งก้าว ยกแก้วไวน์ขึ้นยืนข้างหน้าต่าง
แสงจันทร์เย็นเยียบราวสายน้ำทาบลงบนบ่าของเขาแผ่วเบา
แม้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักเช่นนี้ เขาก็ยังดูสูงศักดิ์และเย็นชาเป็นพิเศษ
เซียวเหลียงหันไปมองทางเจียงจืออวี๋
