ต่อหน้าเย่อี้ฉือ เจียงลู่จงใจถามเจียงจืออวี๋ด้วยเสียงออดอ้อนว่า “พี่สาว ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คิดถึงฉันมากไหม?”
เจียงจืออวี๋ฟังเสียงระบบรายงานค่าความเกลียดชังในหัว ก่อนพยักหน้าอย่างจริงจังเป็นพิเศษ
“คิดถึงสิ คิดถึงเสี่ยวลู่มากเลย จริง ๆ นะ”
เจียงลู่กลั้นเสียงแหวะไว้
น่าขยะแขยงชะมัด...แต่ก็ฟินชะมัด...น่าขยะแขยงชะมัด...แต่ก็ฟินชะมัด...
เจียงลู่ยกมุมปากขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วขยับเข้าใกล้หน้าจออีกนิด พูดเสียงเหนียวหนึบว่า “พี่สาว ผอมลงหรือเปล่า? ฉันเป็นห่วงพี่จัง”
เจียงจืออวี๋ก็ขยับเข้าใกล้หน้าจอ “นายก็ผอมลงหรือเปล่า? คิดถึงฉันมากไปใช่ไหม? โอ๋ เจ้าเด็กน้อยน่าสงสารของพี่ ↓ เด็กดี ↑ พี่อยู่นี่แล้วนะ มาลูบหัวให้ ไม่ร้องนะ ได้ไหม? ได้สิ”
นักแสดงยอดฝีมือสองคนอย่างเจียงจืออวี๋กับเจียงลู่แสดงกันจนลืมไปแล้วว่าโลกนี้มีอะไรอยู่บ้าง
บรรยากาศชวนให้นึกถึงการปาความอึใส่กันไปมาอย่างถึงพริกถึงขิง
เย่อี้ฉือยืนอยู่ด้านหลังเจียงจืออวี๋ ไม่ได้ไปไหนเลย
เขาขมวดคิ้วแน่น
แปลกมาก
ทำไมน้องชายของเจียงจืออวี๋ถึงหน้าตาไม่เหมือนเธอเลย?
ไม่มีส่วนไหนคล้ายกันสักนิด
ถ้าให้คนอื่นมาดู คงไม่มีทางเดาออกว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องที่มีสายเลือดเดียวกัน
……
ยิ่งมอง เย่อี้ฉือก็ยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล
ถึงเขาจะเป็นลูกคนเดียวของบ้าน
แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาไม่เคยเห็นพี่น้องที่ปกติเขาอยู่ด้วยกัน
นี่มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ?
เด็กผู้ชายอายุ 17-18 ปีก็โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว น่าจะรู้จักความแตกต่างระหว่างชายหญิงกันได้แล้วด้วย
โตขนาดนี้แล้วยังเอาแต่อ้อนพี่สาวไม่เลิก
เจียงจืออวี๋ก็เหมือนกัน ปกติก็เป็นเด็กสาวที่ฉลาดมากคนหนึ่ง ทำไมพอเจอเจียงลู่แล้วถึงกลายเป็นคนโง่ไปได้?
ดูไม่ออกหรือไงว่าเจียงลู่มีเจตนาแอบแฝง?
อีกอย่าง ถึงเจียงลู่จะแสดงท่าทีว่าน่ารักเชื่อฟังและติดพี่สาวมาก
