ก่อนออกจากบ้าน เพื่อให้เกียรติสถานะไอดอลของตัวเอง เจียงจืออวี๋จึงสวมหน้ากากอนามัย
เจียงลู่จิ๊ปาก ก่อนหยิบหมวกเบสบอลของตัวเองมาสวมให้เจียงจืออวี๋ แล้วคว้าแว่นกันแดดมาสวมให้เธออีกชิ้น
สุดท้ายยังหยิบเสื้อคลุมมาห่อตัวเธอจนมิดชิด
เจียงจืออวี๋มองกระจก
ดูลึกลับมาก
เหมือนโจรปล้นธนาคาร
เจียงลู่ขมวดคิ้วน้อย ๆ “พี่ ตอนนี้พี่เป็นไอดอลนะ แถมแอนตี้ก็เยอะด้วย”
“ถ้าเกิดมีแอนตี้จำพี่ได้ขึ้นมา พี่อาจตกอยู่ในอันตรายได้นะ”
ก็ใช่น่ะสิ ไม่ใช่แอนตี้ของเจียงจืออวี๋ทุกคนจะมีคุณภาพสูงเหมือนเขาสักหน่อย
แต่เจียงจืออวี๋ไม่ได้กลัวเรื่องนี้เลย
เธออยากจัดงานพบปะแฟน ๆ แบบออฟไลน์กับพวกแอนตี้ของตัวเอง เอ่อ ไม่ใช่สิ กับบรรดาพ่อแม่ผู้สนับสนุนมากกว่า
ถึงตอนนั้นเธอจะนั่งอยู่ตรงกลาง แล้วสูดค่าความเกลียดชังแสนอร่อยเข้าไปเต็มปอด ราวกับปลาคาร์ปในบ่ออธิษฐาน
ง่ำ ๆ อร่อยจัง
แต่ที่เจียงลู่พูดก็มีเหตุผล
ความปลอดภัยในชีวิตยังไงก็ต้องมาก่อน
ถ้าเกิดมีใครมาดักทำร้ายเธอขึ้นมาคงแย่แน่
จริง ๆ แล้วบริษัทก็จัดผู้ช่วยกับบอดี้การ์ดให้นักแสดงได้
แต่เจ้าของร่างเดิมเกลียดผู้ชายทุกคนที่ไม่ใช่เซียวเหลียงเข้าไส้
เพราะงั้นนอกจากตอนออกงาน เธอก็ชอบทำตัวโดดเดี่ยวให้คนเห็นกันทั่ว
เจียงจืออวี๋ตั้งใจว่าค่อยถามพี่เฟยทีหลัง ว่าบริษัทจะจัดบอดี้การ์ดกล้ามโตสูง 188 เซนติเมตรให้เธอได้ไหม
เธอมาถึงโครงการบ้านจัดสรรที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง
ยังไม่ทันเดินเข้าไป ก็มีคนดึงดูดสายตาเธอไว้
ชายหนุ่มคนนั้นมีทั้งผมดำ ตาดำ สูทดำ และขอบตาคล้ำ
