เจียงจืออวี๋หลับสบายสุด ๆ
เธอสวมที่อุดหู ตัดเสียงรบกวนทุกอย่าง แล้วหลับสนิทราวกับทารก
ส่วนเย่อี้ฉือในห้องหมายเลข 2 กลับนอนไม่หลับเลย
เขาเดินวนไปวนมาอยู่ในบ้าน
ดวงตาสีเขียวของแอนโธนีมองตามเย่อี้ฉือไปมา
เขากับเย่อี้ฉือไม่ค่อยสนิทกัน
รู้แค่ว่าหมอนี่ผมยาว ตาจิ้งจอก นอกจากเวลาอยู่ต่อหน้าเซียวเหลียงที่ดูหัวร้อนหน่อย ๆ แล้ว นิสัยก็ค่อนข้างดี
อ้อ แล้วก็อีกอย่าง เย่อี้ฉือเป็นมือที่สามเหมือนกับเขา
แอนโธนีถูกเย่อี้ฉือเดินวนจนเวียนหัว
ในเมื่อเป็นมือที่สามเหมือนกัน เขาคิดว่าตัวเองควรแสดงความห่วงใยเย่อี้ฉือสักหน่อย
“เย่ นายดูซีด ๆ เหมือนโดนลวก แล้วยังเหมือนคาราเมลอีกนิด ๆ”
เย่อี้ฉือ: ?
เขาถามแอนโธนีว่า “นายจะพูดว่ากระวนกระวายกับวิตกกังวลใช่ไหม?”
แอนโธนีกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะเข้าใจขึ้นมาในทันที
เย่อี้ฉือ: “……”
ฝรั่งไม่รู้หนังสือคนนี้ยังมีน้ำใจดีเหมือนกันแฮะ
เย่อี้ฉือถอนหายใจแล้วพูดว่า “ฉันเป็นห่วง”
แอนโธนีถาม “ห่วงอะไร?”
เย่อี้ฉือว่า “ก็ต้อง…”
เมื่อกี้ตอนเลื่อนดูเวยป๋อ เขาเห็นภาพแคปจากไลฟ์ห้องหมายเลข 3
เจียงจืออวี๋นอนอยู่บนเตียงกับอีกสองคน
แถมยังนอนอยู่ตรงกลางด้วย
เขากลัวว่าตัวตนผู้หญิงของเจียงจืออวี๋จะถูกจับได้ กลัวเซียวเหลียงเปิดโปงเธอ กลัวว่าตอนทั้งสามคนนอนบนเตียง เจียงจืออวี๋จะเผลอไปแนบชิดกับเซียวเหลียงหรือกวนหลินเข้าโดยไม่ทันระวัง แล้วก็กลัวว่า…
เฮ้อ! ลูกสาวเดินทางไกล แม่ก็เป็นห่วง…
เย่อี้ฉือรวบผมขึ้น ก่อนจะหยุดเดินกะทันหันแล้วมุ่งหน้าไปทางประตู “ไม่ไหว ฉันต้องไปดูหน่อย”
แอนโธนีมองตามแผ่นหลังของเย่อี้ฉืออย่างงุนงง
ทิศทางที่เย่อี้ฉือไปมีห้องอยู่แค่ห้องเดียว นั่นคือห้องหมายเลข 3 ที่เจียงจืออวี๋อยู่
เย่อี้ฉือไปหาเสี่ยวอวี๋เล่นเหรอ?
