จอมคนทะยานฟ้า

บทที่ 2 ตัวกินเงิน

7 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

“ตัวกินเงิน?”

ในหัวของจินเฟิงปรากฏข้อมูลที่เกี่ยวข้องขึ้นมา

ปัญหาผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในราชวงศ์คังยืดเยื้อมาหลายปีแล้ว ไม่ใช่แค่ส่งตัวเจ้าสาวจะแก้ได้

ทุกปี ขบวนส่งตัวเจ้าสาวรอบแรกจะมีคนถูกเลือกไปเพียงส่วนน้อย

อย่างครั้งนี้ มีหญิงสาวมาตั้งยี่สิบกว่าคน แต่จินเฟิงกับพวกมีแค่สี่คน

เพื่อรองรับหญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานและกระตุ้นการเพิ่มประชากรให้มากที่สุด ทางการราชวงศ์คังสนับสนุนให้รับอนุภรรยา ขอแค่เลี้ยงไหว จะรับอนุภรรยากี่คนก็ไม่ผิด

หลังจากจินเฟิงกับพวกเลือกเสร็จ ถ้าชาวบ้านที่มุงดูอยู่ถูกใจสาวคนใดคนหนึ่งหรือหลายคน ก็สามารถเลือกไปเป็นอนุภรรยาได้เช่นกัน และหญิงที่ถูกเลือกก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกัน

ทว่ามีคนในบ้านเพิ่มขึ้นหนึ่งคน ไม่ใช่แค่มีปากเพิ่มขึ้นหนึ่งปาก แต่ทุกปียังต้องจ่ายภาษีเพิ่มอีกหนึ่งส่วน ทำให้ครอบครัวที่กล้าเลือกอนุภรรยามีน้อยมาก

ดังนั้นทุกปีจึงมีหญิงสาววัยเหมาะสมจำนวนมากที่แม้จะเข้าร่วมขบวนส่งตัวเจ้าสาวแล้วก็ยังแต่งงานไม่ได้

ถึงแม้จะเป็นเพราะสาเหตุภายนอก แต่ก็ยังถูกปรับภาษีเพิ่มขึ้นสองส่วน

หญิงสาวแบบนี้จึงถูกเรียกว่า “ตัวกินเงิน”

กวนเสี่ยวโหรวคือตัวกินเงินขึ้นชื่อแถวนี้—เข้าร่วมขบวนส่งตัวเจ้าสาวติดต่อกันถึงสี่ครั้ง จนอายุสิบแปดก็ยังแต่งงานไม่ได้

ที่แต่งไม่ได้ไม่ใช่เพราะนิสัยไม่ดีหรือขี้เกียจ แต่เป็นเพราะเธอถูกแสงแดดไม่ได้ โดยเฉพาะหน้าร้อน แค่ตากแดดแรง ๆ ไม่กี่นาที ผิวก็จะแดงบวม หรือถึงขั้นพองเป็นน้ำใส

คนแบบนี้ในราชวงศ์คังถูกเรียกว่า มารราตรี หมายถึงผู้ไม่เป็นมงคลที่เห็นแสงไม่ได้ ใช้ชีวิตได้แค่ในความมืด

เดิมทีครอบครัวของกวนเสี่ยวโหรวนับว่าพอกินพอใช้ ตอนตรุษจีนยังพอซื้อหมูมาสักชั่งสองชั่งดับความอยากได้ แต่ตั้งแต่เธออายุสิบหก ต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นสองส่วนทุกปี ชีวิตที่บ้านก็ลำบากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้แค่มื้อเดียวต่อวันยังแทบประคองตัวไม่ไหว

ยิ่งซวยไปกว่านั้น น้องสาวของเธอปีที่แล้วจู่ ๆ ก็ป่วยเป็นโรคประหลาด ตัวสั่นบ่อย เหงื่อออกทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร บางครั้งถึงกับหมดสติไปเลย

ทั้งหมดนี้กลายเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเธอเป็นคนอัปมงคล

ชาวนาโบราณงมงาย ใครจะกล้าแต่งงานกับผู้หญิงแบบนี้?

“มารราตรีที่ไหนกัน ก็แค่แพ้แดดเฉย ๆ ทาครีมกันแดดก็หายแล้ว… ความงมงายตามประเพณีมันฆ่าคนได้จริง ๆ!”

จินเฟิงอดเห็นใจหญิงสาวคนนี้ไม่ได้

ผู้ใหญ่บ้านเดินถือถ้วยใบหนึ่งมาพร้อมกับหัวหน้าหน่วยนายอำเภอ

“กติกาเดิม จับติ้ว หนึ่งขีดได้เลือกก่อน”

ทั้งสี่คนผลัดกันหยิบม้วนกระดาษออกมาจากถ้วย

จินเฟิงคลี่ม้วนกระดาษออก ข้างในวาดไว้สี่ขีด เป็นคนสุดท้ายที่ได้เลือก

แต่จินเฟิงก็ไม่ค่อยใส่ใจนัก เพราะยังไงถ้าเขาเลือกผู้หญิงคนเดียวกับคนอื่น ก็สามารถแข่งขันกันได้ จะเลือกก่อนหรือหลังก็ไม่ต่างกันมาก

ผู้ใหญ่บ้านดูแถบกระดาษในมือของแต่ละคน แล้วพูดยิ้ม ๆ กับหลังค่อมหลี่ฉือโถวว่า “ฉือโถว เจ้าเป็นคนแรก เลือกเลย”

หลี่ฉือโถวเพิ่งจะอ้าปาก กวนเสี่ยวโหรวจู่ ๆ ก็วิ่งออกจากแถว

“ท่านพี่ ข้าทอผ้าเป็น แล้วก็กินน้อยมาก ขอร้องท่านพี่ช่วยไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าจะทำงานอย่างขยันขันแข็ง ทำทุกอย่างเยี่ยงวัวม้าตอบแทนพระคุณอันใหญ่หลวงของท่าน!”

เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ตัวเอง เธอกัดฟันรวบชุดที่เต็มไปด้วยรอยปะให้เข้ารูป เผยให้เห็นสัดส่วนเว้าโค้งอย่างพอเหมาะ แสดงให้เห็นว่าตนมีเรี่ยวแรงดี

“บ้าจริง หุ่นนี่มันจะแจ่มเกินไปแล้วนะ!”

เมื่อครู่ถูกเสื้อผ้าหลวม ๆ บังไว้ จินเฟิงยังดูไม่ออกเลยว่าหุ่นของกวนเสี่ยวโหรวดีถึงเพียงนี้

ตรงที่ควรตั้งก็ตั้ง ตรงที่ควรเด้งก็เด้ง ตรงที่ควรบางก็บาง…

ใบหน้าราวนางฟ้า หุ่นดุจมารร้าย นิสัยเก็บตัว… เป็นเทพธิดามาตรฐานเลยนะ!

แต่ชาวบ้านไม่ยอมซื้อ ต่างพากันด่ากวนเสี่ยวโหรวว่าหน้าด้าน

“กลับเข้าที่!”

นายอำเภอตวาดเสียงเย็น

กวนเสี่ยวโหรวกลับเข้าที่อย่างว่าง่าย ใบหน้าแดงราวกับเลือดจะหยด ร่างกายสั่นน้อย ๆ แต่ก็ยังเงยหน้ามองหลี่ฉือโถว

ถ้าเป็นไปได้ เธอก็ไม่อยากถูกด่าหน้าด้าน แต่เธอไม่มีทางเลือกแล้ว

สองปีมานี้เธอปั่นฝ้ายไม่เป็นกลางวันกลางคืน ถึงอย่างนั้นพี่สะใภ้ก็ยังทุบตีด่าว่าเธอทุกวัน พี่ชายและพ่อแม่ของเธอก็ไม่ห้ามปราม

ก่อนออกเดินทางพี่สะใภ้บอกว่า ถ้าครั้งนี้ยังแต่งงานอีกไม่ได้ ก็ไม่ต้องกลับบ้าน ให้ตามนายอำเภอไปที่ว่าการอำเภอขายตัวเข้านางโลมเลยซะ

จริง ๆ แล้วนี่ก็คือทางออกสุดท้ายของพวกตัวกินเงินหลายคน

ถ้าแต่งงานไม่ได้ และไม่มีเงินจ่ายภาษีจริง ๆ ก็สามารถขายตัวเองให้กับนางโลมของทางการได้ ถ้าทำแบบนั้นก็ไม่ต้องจ่ายภาษี

กวนเสี่ยวโหรวยอมตายดีกว่าไปขายตัวเข้านางโลม

แต่จะตายก็ไม่ง่าย

ถ้าเธอฆ่าตัวตาย ครอบครัวจะถูกเอาผิด โทษเบาที่สุดก็ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่

นี่คืออกตัญญูอย่างใหญ่หลวง

กวนเสี่ยวโหรวกลับเข้าแถว การเลือกคู่ดำเนินต่อไป

ผู้ใหญ่บ้านผลักหลี่ฉือโถว

หลี่ฉือโถวไม่กล้ามองกวนเสี่ยวโหรว ชูนิ้วชี้ไปที่หญิงสาวกำยำที่สุดในแถว

พ่อแม่ของหลี่ฉือโถวพยักหน้าอย่างพอใจ

คนชนบทหาลูกสะใภ้ มาตรฐานแรกสุดคือแข็งแรง ทำเก่ง มีเรี่ยวแรงดี พวกเขากลัวจริง ๆ ว่าหลี่ฉือโถวจะใจร้อนชั่ววูบ เลือกกวนเสี่ยวโหรวที่สวย

ต่อจากหลี่ฉือโถวก็คือจางหม่านชัง

จางหม่านชังก้าวไปข้างหน้าสองก้าว เหลือบมองกวนเสี่ยวโหรวหนึ่งครั้ง สายตาซับซ้อน

สีหน้าของกวนเสี่ยวโหรวเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก้มหน้าลงต่ำเล็กน้อย

ตอนที่จินเฟิงนึกว่าจางหม่านชังจะเลือกกวนเสี่ยวโหรว จางหม่านชังกลับยื่นมือไปชี้หญิงสาวที่ดูแข็งแรง ทำเก่ง มีเรี่ยวแรงเช่นกัน

ต่อไปถึงตาของนักเลงเซี่ยกวง

เซี่ยกวงเข้าไปจ้องมองหญิงสาวแต่ละคนอย่างละเอียดทีละคน พอถึงกวนเสี่ยวโหรว ก็มองอย่างพินิจเป็นพิเศษ

สายตาของนักเลงเริงร่าอย่างไร้มารยาท ทำให้กวนเสี่ยวโหรวรู้สึกรังเกียจจากใจจริง อยากจะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

แต่เพื่อให้ได้แต่งงาน สุดท้ายก็ฝืนทนต่อความขยะแขยงในใจ แล้วเงยหน้าดื้อดึงมองเซี่ยกวง

ในใจเธอตัดสินใจแล้ว รอให้เซี่ยกวงเลือกเธอเมื่อไหร่ ก็จะฆ่าตัวตายทันที ถึงตอนนั้นก็ไม่เกี่ยวกับพ่อแม่แล้ว

ส่วนจะทำให้เซี่ยกวงเดือดร้อน เธอไม่สนใจ

อ่าวกวนอยู่ไม่ไกลจากอ่าวเหอซี กวนเสี่ยวโหรวรู้ว่าเซี่ยกวงเป็นคนยังไง

ขโมยเล็กขโมยน้อย กินจุบจิบขี้เกียจยังไม่พอ ยังชอบลวนลามสาวน้อยสาวใหญ่

เด็กผู้หญิงหลายคนที่เธอรู้จักถูกเซี่ยกวงลวนลามตอนไปเก็บผักป่า

ไอ้สารเลวแบบนี้ถ้าเดือดร้อน ก็ถือว่ากำจัดภัยให้ชาวบ้าน!

“มองข้าแบบนี้ทำไม? ยั่วยวนข้าหรือ?”

เซี่ยกวงยิ้มลามก “ยั่วยวนข้าก็เปล่าประโยชน์ ดาวซวยอย่างเจ้าข้าไม่กล้าแต่งดอก แต่ถ้าเจ้าตามท่านนายอำเภอไปที่ว่าการอำเภอขายตัวเข้านางโลม ข้าน้อยถึงจะไปอุดหนุนกิจการเจ้าได้ ถึงตอนนั้นเจ้าต้องปรนนิบัติข้าน้อยให้ดีนะ”

“เจ้า… เจ้า…”

กวนเสี่ยวโหรวโกรธจนน้ำตาไหลรินเป็นเม็ดใหญ่

“เจ้าจะเลือกไหม ไม่เลือกก็ไสหัวไป ยืดยาดจู้จี้อะไรนักหนา? ทำให้คนอื่นเสียเวลา”

จินเฟิงทนดูต่อไปไม่ไหว

จินเฟิงถือตัวว่าเป็นบัณฑิต ยึดที่ว่าสุภาพบุรุษลงมือด้วยวาจาไม่ใช้กำลัง ปกติถูกเซี่ยกวงรังแกบ่อย ๆ เวลาเจอในหมู่บ้านก็อ้อมหนี

แต่วันนี้ไอ้ขี้ขลาดนี่กลับด่าเขาต่อหน้าธารกำนัล นักเลงเซี่ยผู้ยิ่งใหญ่จะทนได้อย่างไร?

ถลกแขนเสื้อขึ้น “เฮ้ย ไอ้เปรตขี้แพ้เจ้า หรือว่าจะคันหนังอีกแล้ว?”

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

ผู้ใหญ่บ้านยืนขวางระหว่างทั้งสอง ตวาดเสียงเย็น “จินเฟิง เจ้ากลับไปยืนที่ของเจ้าให้ดี เซี่ยกวง เจ้ารีบเลือก อย่าทำให้เวลาของท่านนายอำเภอเสีย!”

เน้นหนักที่คำว่าท่านนายอำเภอ

เซี่ยกวงถึงจะเป็นนักเลง แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ รู้ตัวทันทีว่าจินเฟิงกำลังเล่นงานเขา

จางหม่านชังกับหลี่ฉือโถวเลือกกันเร็วมาก พอถึงตาเขา กลับเสียเวลาไปไม่น้อย พวกนายอำเภอเริ่มแสดงท่าทีไม่พอใจแล้ว

ถ้าเมื่อกี้เขาต่อยจินเฟิงต่อหน้าพวกนายอำเภอ นั่นก็คือก่อกวนขบวนส่งตัวเจ้าสาว ข้อหานี้ไม่เบานะ

เซี่ยกวงสบถด่าจินเฟิงในใจเบา ๆ แล้วชี้ไปที่หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งตามอำเภอใจ

“จินเฟิง ถึงตาแกแล้ว!”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com