“เจ้าว่า วันนี้พวกเจ้าขายโจ๊กผักกาดดองกับซาลาเปาไส้ผักกาดดอง ได้เงินถึงแปดร้อยหกสิบอีแปะงั้นรึ?”
จงหย่งโหวฟังคำของเฉิงชีชีแล้ว แทบตกตะลึงไปทั้งตัว!
โจ๊กผักกาดดองชามละสามอีแปะ ซาลาเปาไส้ผักกาดดองลูกละสองอีแปะ ถึงกับขายได้เงินมากมายขนาดนี้เชียว?
อย่าว่าแต่คนตระกูลจิ้นเลย แม้แต่จิ้นหลี่จือกับจิ้นเยี่ยนจือที่ไปช่วยขายของก็ยังอึ้งงันไปหมด ของเล็ก ๆ กระจ้อยร่อยแบบนั้น ขายได้เงินมากมายถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน?
“ใช่แล้ว”
เฉิงชีชียิ้มจนตาหยี พลางว่า “ท่านแม่ เซิ่งหลานกับเสี่ยวอวิ๋นช่วยข้าล้างผักกาดเขียวปลี หลี่จือกับเยี่ยนจือช่วยข้าขายโจ๊กผักกาดดอง เฮยถู่ปกป้องพวกเราตอนนายเวรยกพวกมา ฉงซานก็ไปเชิญผู้ตรวจการหลี่มาด้วย ฉะนั้น เงินก้อนนี้ ข้าคิดจะแบ่งเป็นแปดส่วน”
“หักต้นทุนออกหนึ่งร้อยหกสิบอีแปะ เหลือเจ็ดร้อยอีแปะพอดี!”
เฉิงชีชีว่า “สามร้อยอีแปะเป็นของเฮยถู่กับฉงซาน ที่เหลือสี่ร้อยอีแปะ พวกเราผู้ใหญ่ได้คนละเก้าสิบอีแปะ เสี่ยวอวิ๋นได้สี่สิบอีแปะ”
วันนี้ถ้าไม่มีเฮยถู่ เงินของพวกเราคงสูญสิ้นไม่เหลือสักแดงเดียว
“ข้าไม่เอาเงิน”
เฮยถู่เอ่ยปากแสดงท่าทีทันที “ชีวิตข้า เป็นของซื่อจื่อ”
“ข้ารับเงินมากมายขนาดนี้ไม่ได้” เกาเซิ่งหลานซึ่งกำลังตั้งครรภ์ก็รีบเอ่ยขึ้นทันที
แม่ของจิ้นอวิ๋น เมิ่งจิ้งเหยา ยิ่งส่ายหน้ารัวว่า “ข้ายิ่งรับไม่ได้ใหญ่ เสี่ยวอวิ๋นแค่ช่วยท่านป้าสะใภ้ทำงานนิดหน่อย จะมีหน้าไปรับเงินได้อย่างไรเล่า?”
จิ้นหลี่จือเอ่ยอย่างเกรงใจ “ท่านพี่สะใภ้ ข้าก็ไม่ต้องให้ถึงเก้าสิบอีแปะหรอก ให้สักสามห้าสิบอีแปะก็พอ”
