“ได้ยินว่าของพวกนี้ไม่ค่อยมีราคา พวกเจ้าไปเก็บมามากมายขนาดนี้ทำไมกัน”
ตอนแรกที่หลินฮุ่ยหลานเห็นหอยนางรมกองพะเนินเทินทึก นางก็คิดว่ามันคงมีราคา ดีใจใหญ่ ได้กลิ่นคาวของหอยนางรม ก็ยังรู้สึกว่าเป็นกลิ่นหอมของเหรียญทองแดง!
แต่พอถามดูถึงรู้ว่า หอยนางรมมากมายขนาดนี้ ราคาแค่หนึ่งอีแปะต่อหนึ่งชั่ง...
หลินฮุ่ยหลานพลันรู้สึกว่าของพวกนี้ทั้งคาวทั้งเหม็นในทันใด!
สู้ปลาไม่ได้ด้วยซ้ำ อย่างน้อยก็ใช้เกลือหยาบหมักไว้ ยังขายได้ราคาดี
“ท่านพ่อ ข้าเห็นคนอื่นเขาเก็บปลากันนะเจ้าคะ”
หลินฮุ่ยหลานอาสาเล่าเรื่องที่นางไปถามมา “ซื้อเกลือหยาบราคาถูกมาหมัก ปลาราคาหนึ่งสองอีแปะ ยังขายได้ถึงสิบอีแปะเชียวนะเจ้าคะ!”
“เจ้าตะกร้านี้ ไม่ใช่ปลาหรือ”
จงหย่งโหวกวาดสายตามองตะกร้าข้างๆ ปลาเต็มตะกร้า ทั้งใหญ่และเล็ก ส่วนมากเป็นปลาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ปลาก็คงเหมือนๆ กัน รสชาติคงไม่เลวใช่ไหม
“เอาล่ะ รีบหน่อย แกะเนื้อหอยนางรมพวกนี้ออกมาให้หมด”
หลังจากจงหย่งโหวกำชับเสร็จ ก็พาจิ้นเยี่ยนจือกับพวกอีกสองสามคนขึ้นเขาไปเก็บฟืน
ฉวยที่ฟ้ายังไม่มืด ทำงานต่อไป
“ถ้าท่านอี๋หลินไม่อยากทำ ก็ไม่ต้องทำก็ได้นะเจ้าคะ”
เฉิงชีชีจงใจพูดเช่นนี้
“ทำ ใครบอกว่าข้าไม่ทำ”
หลินฮุ่ยหลานกัดฟัน นั่งลง แล้วเริ่มแกะเนื้อหอยนางรม
แกะเปลือกเอาเนื้อ เสียเวลา เสียแรง แล้วยังเสียมืออีก
หลินฮุ่ยหลานยังไม่ได้เท่าไร ก็เริ่มกังวลเรื่องมือของนางแล้ว “มือข้างนี้ของข้า จะปักผ้าได้อีกหรือไม่”
