ลมหายใจแผ่วต่ำไหลเข้าหูเธอ ปลายเสียงแฝงรอยยิ้มเนือยเฉื่อย
อันตรายและชวนหลงใหล
สาวน้อยแสนสวยที่เต็มไปด้วยความประหม่าเม้มริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อ ขนตายาวเป็นแพกะพริบไหวอยู่หลายครั้ง เผยความอ่อนแอบอบบางและไร้ทางสู้
นี่ต้องเป็นการข่มขู่แน่ ๆ!
เจียงเยาเยาเบิกตาฉ่ำน้ำมองชายหนุ่มแวบหนึ่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบก้มหน้าหลบมือที่กำลังจะลูบหัวเธอ
จบแล้ว จบแล้ว จบแล้ว!
เธอต้องถูกเขาฆ่าตายแน่!
ในหนังสือเขียนไว้ว่า ตัวร้ายระดับบิ๊กบอสเป็นคนอ่อนไหวและขี้ระแวง จิตใจลึกลับซับซ้อน บางทีอาจเป็นเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาจึงไม่ไว้ใจใครเลย
ร่างเดิมถึงขั้นวางแผนยั่วยวนเขาแล้วแอบแทงข้างหลัง ต่อให้เธออธิบายอย่างไรก็คงไม่มีทางเชื่อ
ไม่แน่ว่าตอนนี้เขากำลังเล่นกับหนูเหมือนแมว คอยดูเธอดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ก็ได้
มีดเล่มนั้นส่องประกายวาววับ อีกไม่กี่วินาทีคงแทงเข้ามาที่ตัวเธอแล้ว
เธออ้อยอิ่งขยับถอยออกไป แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่แขนของเผยเหิงพาดอยู่บนเอวเธออย่างหลวม ๆ กักตัวเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย
หนีไม่พ้น หลบไม่รอด ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย
เจียงเยาเยาเติบโตมาอย่างปลอดภัย ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ถูกข่มขู่ด้วยมีด ชีวิตตกอยู่ในอันตราย ราวกับอีกวินาทีเดียวเลือดจะต้องสาดกระเซ็น
มีคนแตะเส้นผมเธอเบา ๆ เจียงเยาเยาตัวแข็งทื่อ เส้นประสาทที่ขึงตึงอยู่ในหัวแทบขาดผึง
เธอพลั้งปากพูดออกไปว่า “คุณเพย์ จริง ๆ แล้วฉันไม่ใช่เจียงเยาเยา ฉัน—”
นิ้วเรียวยาวขาวเย็นแตะริมฝีปากเธอ กลิ่นหอมเย็นของไม้ที่สงบนิ่งแผ่ซ่านเข้าจู่โจมประสาทรับกลิ่น สาวน้อยมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้าซึ่งขยายใหญ่ขึ้นอย่างฉับพลันอย่างเหม่อลอย แล้วก็ปิดปากเงียบ
“คุณคือเจียงเยาเยา”
อีกฝ่ายพูดเสียงต่ำ แฝงความเย้ายวน
“ตั้งแต่นี้ไป คุณก็คือเจียงเยาเยา จำไว้ได้ไหม”
สาวน้อยพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มมองเธอแล้วขยับยิ้มมุมปาก นับตั้งแต่พบกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเผยสีหน้าคล้ายยินดีออกมา
“เยาเยาของผม มาหาผมใช่ไหม”
ดวงตาสีหมึกคู่นั้นลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึง จ้องมองเธอตรง ๆ เงาของเธอสะท้อนอยู่ในม่านตาอย่างชัดเจน สายตาแบบนี้ทำให้คนเข้าใจผิดได้ง่ายว่าเขากำลังมองด้วยความรักลึกซึ้ง
ในค่ำคืนมืดสนิท โคมไฟคริสตัลบนเพดานแผ่แสงอบอุ่นนุ่มนวล ยืดค่ำคืนในฤดูใบไม้ร่วงให้ยาวนานเป็นพิเศษ
ชั่วขณะที่สายตาสบกัน ทุกสิ่งรอบตัวราวกับเลือนหายไป โลกทั้งใบถอยห่างออกไปเรื่อย ๆ เหลือเพียงพวกเขาสองคน
หลังจากถอนหายใจ แขนที่รัดเอวเธอก็ออกแรงขึ้นเล็กน้อย เธอถูกตัวร้ายระดับบิ๊กบอสกดศีรษะให้ซบลงในอ้อมแขน
เผยเหิงเพิ่งอาบน้ำเสร็จได้ไม่นาน ร่างกายยังมีไอเย็นจาง ๆ ปกเสื้อคลุมอาบน้ำถูกดึงเปิดออกเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหว ฝ่ามือของเจียงเยาเยาบังเอิญวางทาบลงบนผิวที่เปลือยเปล่าของเขาพอดี
แก้มเธอร้อนผ่าวขึ้นอีกครั้ง ทั้งตัวเริ่มสับสนยิ่งกว่าเดิม
ก่อนจะถูกจับไปทำเป็นโคมไฟ ยังต้องมีบทเกริ่นนำยืดยาวขนาดนี้ด้วยเหรอ
ตัวร้ายระดับบิ๊กบอส อดทนเกินไปแล้วมั้ง...
ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกของเธอไปเองหรือเปล่า ตอนนี้ตัวร้ายระดับบิ๊กบอสดูเหมือนจะอ่อนโยนขึ้นมาบ้าง กอดเธอไว้เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือ
กริชที่ทำให้เธอกลัวถูกเก็บไปแล้ว ตัวร้ายระดับบิ๊กบอสกดปุ่มบางอย่าง น้ำเสียงกลับมาเย็นชาไร้ความรู้สึกดังเดิม
“ให้คนเข้ามา”
หัวใจเจียงเยาเยาสั่นไหว ขนตาดำหนากะพริบระริก ก่อนจะมองไปทางประตู
“กลัวอยู่เหรอ” ชายหนุ่มดูเหมือนจะอ่านความคิดในใจเธอออก
สาวน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย ดวงตาฉ่ำน้ำชุ่มไปด้วยไอชื้น ดูน่าสงสารยิ่งกว่าเดิม
“คุณจะเริ่มทำฉันเป็นโคมไฟแล้วเหรอ”
เผยเหิงไม่เข้าใจ จึงถามเสียงอ่อนโยนว่า “โคมไฟอะไร”
เจียงเยาเยาพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้าแล้วถอยหลังไปสองสามก้าว เว้นระยะห่างจากเผยเหิง
เผยเหิงจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง แววลึกลับวูบผ่านก้นบึ้งดวงตา ราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง
นางฟ้าตัวน้อยของเขาดูเหมือนจะรู้จักเขาดีมาก
ถ้าคนที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นยัยโง่นั่น พฤติกรรมแบบนี้ก็เหมาะกับวิธีการของเขาจริง ๆ
เผยเหิงหรี่ตายิ้ม ซ่อนความมืดมนในใจไว้ เขามีหน้าตาหล่อเหลามาแต่ไหนแต่ไร ยิ่งตั้งใจแสร้งทำเป็นอ่อนโยนในตอนนี้ ก็ยิ่งดูอ่อนโยนและสูงศักดิ์
เขาแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด
“เยาเยาชอบโคมไฟ งั้นพรุ่งนี้เราไปซื้อกันดีไหม”
เจียงเยาเยารีบส่ายหน้า
เผยเหิงไม่ได้ร้อนใจหรือหงุดหงิดที่ถูกปฏิเสธ ยังคงมองนางฟ้าตัวน้อยของเขาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
“งั้นเยาเยาชอบอะไร อยากได้อะไรก็ได้ทั้งนั้น ผมจะพยายามช่วยคุณให้ได้ ดีไหม”
เมื่อเห็นท่าทีของเผยเหิงที่เปลี่ยนไปอย่างมาก สาวน้อยเม้มปาก สูดความกล้าถามว่า
“ฉันอยากได้อะไรก็ได้เหรอ”
ชายหนุ่มพยักหน้า
เจียงเยาเยารวบรวมความกล้าอีกครั้ง ขยับไปทางประตูครึ่งก้าว
“คุณเพย์ ฉันอยากกลับบ้าน”
แววตาของเผยเหิงไหววูบ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น บอดีการ์ดส่วนตัวในชุดเครื่องแบบผลักประตูเข้ามา พูดเสียงทุ้มอู้อี้
“คุณผู้ชาย เรียกผมหรือครับ”
เผยเหิงหันไปมองเขา สีหน้ากลับมาเป็นปกติ “คุณไปจัดการที ให้พวกเขาส่งมื้อดึกมาให้คุณหนูเจียง”
เสียงปิดประตูและเสียงฝีเท้าค่อย ๆ เงียบหายไป ชายหนุ่มผู้มีคิ้วตาเย็นชามองสาวน้อยที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง แล้วพูดเสียงอ่อนโยนว่า
“ได้ คุณกลับบ้านได้”
“มื้อเย็นกินไม่อิ่มใช่ไหม หิวหรือเปล่า มื้อดึกของโรงแรมนี้ขึ้นชื่ออยู่เหมือนกัน ลองชิมสักหน่อย กินรองท้องแล้วค่อยไป ดีไหม”
“กินเสร็จแล้ว ผมจะไปส่งคุณกลับบ้าน”
เมื่อได้คำยืนยันจากตัวร้ายระดับบิ๊กบอส สาวน้อยก็วางใจลงได้เล็กน้อยในที่สุด
เธอนั่งอยู่บนโซฟาสีเหลืองขมิ้น สวมชุดกระโปรงสีขาว ผิวเนียนกระดูกงามราวหยก ราวกับภาพวาดชิ้นเอกที่พระเจ้าบรรจงวาดขึ้นมา
เผยเหิงไม่หิว แต่เขารู้ว่าเยาเยาของเขากลัวตัวเอง ถ้าเขาไม่กิน เธอคงคิดว่าในอาหารมีอะไรบางอย่าง
เธอคงกินไปหวาดระแวงไปจนกลืนไม่ลง
เผยเหิงหยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างเปิดเผย ลองชิมทุกอย่างไปอย่างละคำ สายตาคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ปากของเขา มองจนเห็นเขากลืนลงไปกับตา ถึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ซุปหูฉลามกับรังนกของที่นี่ไม่เลวเลย วัตถุดิบเป็นของชั้นดี เคี่ยวด้วยไฟอ่อน รสหวานสดชื่นและเนื้อเนียนลื่น เยาเยาอยากลองไหม”
สาวน้อยที่นั่งอยู่บนโซฟาเม้มปากแล้วพยักหน้า
ชีวิตอยู่ในมือคนอื่น เธอไม่มีทางปฏิเสธได้
ตัวร้ายระดับบิ๊กบอสที่นั่งตรงข้ามยิ้มบาง ๆ ระหว่างคิ้ว แล้วมองเธอเงียบ ๆ อยู่อย่างนั้น
เยาเยาของเขาช่างเหมือนกับคนที่พระเจ้าปั้นขึ้นมาตามความชอบของเขาทุกประการ ไม่มีตรงไหนที่เขาไม่พอใจ
แม้แต่ท่าทางตอนกินก็ยังดูเรียบร้อยน่ารักเป็นพิเศษ
เชื่องช้าอยู่บ้าง ปลายนิ้วขาวเรียวคีบช้อนกระเบื้องเคลือบ ตักกินทีละน้อย เคี้ยวทีละคำ
ร่างบอบบางผอมเพรียวพิงอยู่กับความมืดไร้ขอบเขต ทั้งตัวงดงามราวกับดวงจันทร์ดวงน้อยที่เปล่งแสง
ชวนให้ทะนุถนอมเป็นพิเศษ
เผยเหิงมีเรื่องมากมายอยากถามเธอ อยากถามว่าเธอมาจากไหน อยากถามว่าเธอรู้อะไรบ้าง อยากถามว่าเธอยังจำเขาได้หรือเปล่า...
แต่เยาเยาของเขาระแวดระวังเขามากเกินไป สายตาที่มองเขาเหมือนกระต่ายน้อยที่กลัวจะถูกจับ ดวงตาสวยใสเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวอย่างลึกล้ำ
เมื่อถูกดวงตาคู่นี้จ้องมอง หัวใจแข็งกระด้างราวน้ำแข็งของเผยเหิงก็อ่อนยวบลงจนหมดรูป
อย่างไรเสีย ต่อไปก็ยังมีเวลาอีกมาก
ค่อยถามทีหลังก็ยังทัน
เข็มนาทีหมุนไปเกือบหนึ่งรอบเต็ม เจียงเยาเยาที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายในที่สุดก็มองเห็นแสงแห่งความหวัง
เผยเหิงบอกว่าเขาจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปส่งเธอกลับบ้านด้วยตัวเอง
เจียงเยาเยาถอนหายใจโล่งอก
ไปส่งเธอกลับบ้าน ไม่ใช่ไปส่งเธอสู่ปรโลกเสียหน่อย
ถ้าอย่างนั้นหลังคืนนี้ไป เธอก็จะปลอดภัยแล้วใช่ไหม!
ในนิยายต้นฉบับ เจียงเยาเยาเป็นเพียงตัวประกอบหญิงที่แทบไม่มีความสำคัญ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลักมากนัก
ขอแค่เธอเป็นเจียงเยาเยาอย่างเงียบ ๆ อยู่ให้ห่างจากตัวละครเอก ก็น่าจะใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยได้แล้ว
โทรศัพท์ที่กำอยู่ในฝ่ามือสั่นสองครั้ง มีข้อความเด้งขึ้นมา
【เว่ย์ฉางเจ๋อ: คุณมัวทำอะไรอยู่ ทำไมยังไม่เริ่มอีก นักข่าวที่ซุ่มอยู่รอจนร้อนใจแล้ว!】
ผู้ชายเลวก็ยังเป็นผู้ชายเลว แม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนก็ยังชวนให้เกลียด
ปลายนิ้วขาวเรียวเลื่อนบนหน้าจอ ยังไม่ทันได้กดบล็อก เสียงฝีเท้าชัดเจนก็ดังมาจากอีกด้านหนึ่ง
เจียงเยาเยาได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น แววตาพลันเผยความตะลึงชื่นชมออกมา
เผยเหิงเป็นคนหน้าตาหล่อเหลาสูงศักดิ์ เครื่องหน้าคมลึก ดวงตาหงส์ จมูกโด่ง ริมฝีปากบาง ใบหน้าหล่อโดดเด่นของเขามีเสน่ห์ดึงดูดใจคนที่ชอบคนหน้าตาดีได้อย่างรุนแรง
เสื้อเชิ้ตสีเทาเงินขับให้เขาดูดี รูปร่างสูงสง่า สัดส่วนสมบูรณ์แบบ
เพียงแต่บรรยากาศกดดันจากตัวเขารุนแรงเกินไป ทำให้แม้แต่ใบหน้าหล่อเหลายังดูดุดันคุกคาม
หล่อก็คือหล่อ แต่บ้าก็บ้าจริง ไม่ใช่คนที่เธอจะไปยั่วโมโหได้
สาวน้อยผมดำขลับริมฝีปากแดงค่อย ๆ ถอนสายตากลับมา
เสียงฝีเท้าชัดเจนดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมเย็นของไม้ที่สงบนิ่งโอบล้อมเธอ
นาฬิกาข้อมือราคาแพงสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ วาดเป็นเส้นโค้งกลางอากาศ ก่อนเสื้อสูทในมือเผยเหิงจะพาดลงบนไหล่เธอ
เจียงเยาเยาชะงักไปเล็กน้อย
“อากาศหนาวแล้ว ข้างนอกลมแรง”
ชายหนุ่มพูดเสียงทุ้มต่ำ แล้วจับข้อมือเธอไว้อย่างเป็นธรรมชาติ
ฝ่ามือร้อนผ่าวลวกบริเวณกระดูกข้อมือจนรู้สึกซาบซ่าน สาวน้อยกะพริบขนตา ก่อนดันมือใหญ่ของอีกฝ่ายออกทั้งที่หน้าแดง
“เยาเยา”
เผยเหิงเรียกเธอ น้ำเสียงอ่อนหวานคลอเคลีย
“เมื่อกี้คุณเพิ่งบอกว่าชื่นชมผม เยาเยาเป็นเด็กขี้โกหกหรือเปล่า”
