ต้วนวั่งไม่ได้ตอบคำพูดของซือถูอ้าน เพียงแต่ในวันต่อมา เขาแทบจะประกบติดตามอ้านไม่ห่าง
ซือถูอ้านเริ่มรู้สึกรำคาญ แต่ทันทีที่เห็นดวงตาคู่นั้นของเด็กหนุ่ม ซึ่งเห็นชัดว่ามีอะไรจะพูด แต่กลับไม่กล้าเอ่ยออกมา เขาก็ใจอ่อนพูดจาเยาะหยันไม่ลง
ยามดึก ซือถูอ้านกับจูลี่นั่งคุยเล่นในห้องนั่งเล่น
จูลี่เท้าคางด้วยมือข้างหนึ่ง หนังตาหรี่ลงครึ่งหนึ่ง มองซุปน้ำชาสีน้ำตาลเดือดปุดๆ ในหม้อดินเผาใบเล็ก
“ต้องกลับไปสักครั้งจริงๆ เหรอคะ? อันที่จริงเราอยู่ที่เป่ยเจียงนี่ตลอดไปก็เป็นวิถีชีวิตหนึ่งได้นะ ท่านเจ้าสัว” จูลี่พูดพลางถอนหายใจ “ฉันชอบชีวิตตอนนี้มากเลยนะ”
“ตอนอยู่เซี่ยงไฮ้เธอก็พูดแบบนี้แหละ” ซือถูอ้านหัวเราะ “เธอมีดีตรงนี้แหละ อยู่ที่ไหนก็ปรับตัวได้ ส่วนฉันไม่เหมือนเธอ อยู่ที่ไหนใจก็ไม่สงบ”
“ท่านอยากให้ใจสงบยิ่งไม่ควรกลับไปเลยนะคะ ที่ไหนชีวิตจะดีกว่าจินหนานล่ะ? เรามีเงินมีเวลาเหลือเฟือ จะกลับไปให้ใครเขาทำสีหน้าใส่ทำไมกันคะ?”
“ฉันไม่ได้ต้องการให้ใจสงบ” ซือถูอ้านหมุนถ้วยชาตรงหน้าไปมา “ฉันต้องการให้ใจด้านชา”
......
ตีหนึ่งกว่าๆ ต้วนวั่งปีนกำแพงเข้าไปในวิลล่าอีกครั้ง
