หลังอาหาร ต้วนวั่งเก็บเตียงคนไข้เรียบร้อยแล้ว ยังฉีดสเปรย์ปรับอากาศกลิ่นเลมอนอีกนิดหน่อย
ซือถูอ้านกวักมือเรียกเขามาหาตัว แล้วยื่นซาลาเปาเต้าหู้ที่เก็บไว้ให้เป็นพิเศษ บอกว่าอันนี้อร่อยมาก
จูลี่เท้าคางด้วยมือข้างหนึ่ง ยิ้มมองเด็กหนุ่มลากเก้าอี้เข้ามาใกล้ พูดแค่ว่า "เจ้านายชอบกินซาลาเปาไส้เต้าหู้ที่สุดเลยนะ"
"อือ?" ต้วนวั่งนั่งลง มองซือถูอ้าน "แล้วทำไมคุณอาไม่กินเองล่ะครับ"
"ก็แน่นอนว่าอยากเอาซาลาเปาที่ชอบที่สุดให้หมาที่ชอบที่สุดยังไงล่ะ ซาลาเปามังสวิรัติยัดใส้หมา มีให้มีคืนไง"
จูลี่หยอกเย้า ทำเอาซือถูอ้านเขินอายเข้าให้อีกหน
ต้วนวั่งซ่อนยิ้ม ก้มหน้า คีบซาลาเปาขึ้นมากิน คำหนึ่งต่อคำ กลืนพรวด ๆ เหมือนกลัวคนแย่ง
"รีบอะไร" ซือถูอ้านมองแล้วขำ "กินช้า ๆ หน่อย"
"ครับ" ต้วนวั่งผงกหัว กัดซาลาเปาออกครึ่งหนึ่งดูไส้ข้างใน "ไส้เต้าหู้กับแครอทเหรอครับ"
"อือ" ซือถูอ้านเอื้อมมือเช็ดปากให้ต้วนวั่ง "ไม่ชอบกินแครอทเหรอ"
"เปล่าครับ ผมจำไว้ เดี๋ยวจะทำให้คุณอากิน"
สิ้นคำ ซือถูอ้านปรายตามองต้วนวั่งเชิงตำหนิแกมหยอก ต้วนวั่งก็เม้มยิ้มมองตอบ
จากนั้น คนทั้งคู่ก็เริ่มมองหน้ากันไปมา แล้วต่างก็ก้มหน้าลงเขินอาย
"แม่เจ้า" ต่อให้เป็นนักจิ้นตัวยงอย่างจูลี่ยังทนฉากเลี่ยนนี้ไม่ไหว "พวกนายสองคนพอได้แล้วนะ หวานเกินจนแสบตาแล้ว"
"แหะ ๆ"
ต้วนวั่งเบือนหน้าไอแห้ง ๆ ครั้งหนึ่ง แล้วแอบมองซือถูอ้านอีกครา ยิ้มโง่ ๆ จากนั้นก็ไม่พูดจา ตั้งหน้ากินซาลาเปาอย่างเดียว
ซือถูอ้านเห็นแล้วก็หันหน้ากลับเช่นกัน รอยแดงบนใบหน้ายังไม่จาง กลายเป็นสีเลือดฝาดดีอย่างหาได้ยาก
