หิมะโปรยปรายทั้งคืน
เพิ่งหยุดตอนเช้าตรู่
ที่บ้าน ต้วนวั่งมีห้องนอนพร้อมหน้าต่างกระจกบานใหญ่จากพื้นจรดเพดาน
เมื่อลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือหิมะ พริบตาต่อมาก็คิดถึงซือถูอ้าน
เขาลูบจี้ปี่เซียะที่คล้องคอ ความรู้สึกทั้งกายและใจประหลาดพิกล
ทว่าความประหลาดนี้กลับไม่น่ารังเกียจ ตรงกันข้าม มันชวนให้ชื่นใจ
ประหนึ่งชีวิตเรียบง่ายน่าเบื่อ จู่ ๆ ก็มีใครหย่อนเม็ดฟู่กลิ่นมะนาวลงไป
“ซ่า” เพียงพริบตา ทุกสิ่งพลันเปรี้ยวอมหวาน
ต้วนวั่งลุกจากเตียง รีบอาบน้ำแต่งตัว แทบรอไม่ไหวที่จะไปหาซือถูอ้าน
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ วันสุดท้ายแห่งอิสรภาพก่อนเปิดเทอม
คนคนนั้นพูดชัดแล้วว่าไม่ชอบตน แต่แล้วยังไงเล่า
ลักษณะเด่นที่สุดของคนหนุ่ม ก็คือการไม่รู้จักกาลเทศะ
คุณไม่ชอบก็เรื่องของคุณ ผมชอบก็เรื่องของผม ต่างคนต่างอยู่ อย่ามายุ่งกันเลย
......
ในห้องรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลเหอ เหอเหม่ยซินลงมือทำอาหารเช้าด้วยตนเองเป็นครั้งคราว
นมสองแก้ว ไข่ดาวสี่ฟอง กับไส้กรอกจานโต
ปกติเธองานยุ่ง แถมทำอาหารไม่เป็น การงัดของพวกนี้ออกมาตั้งโต๊ะได้นับว่าพยายามมากแล้ว
ตอนต้วนวั่งวิ่งลงมาจากชั้นบน เห็นเหอเหม่ยซินกำลังจัดไส้กรอกใส่จานพอดี
เขาตกใจ “แม่?”
“จ๊ะ”
เหอเหม่ยซินเงยหน้า แม้ขอบตายังแดงก่ำ แต่ดูสดชื่นขึ้นมาก
เมื่อคืนเธอร้องไห้หนักมาก ทำให้คิดอะไรได้หลายอย่าง และเพราะคิดได้หลายอย่างนั่นเอง วันนี้ถึงมีเรี่ยวมีแรงแบบนี้
