ภายใต้ค่ายกลกระบี่สังหารเก้าเซียนของหลี่เฉินอัน ยอดฝีมือกว่าสองพันคนของตระกูลเหอ ตระกูลซุน ตระกูลหลิว และสหพันธ์ถัง ล้วนสิ้นชีพ ไม่มีใครรอดแม้แต่คนเดียว
หลี่เฉินอันใช้ค่ายกลสังหารอย่างแยบยล กวาดล้างกองกำลังหลักของสามตระกูลอย่างง่ายดาย
งานปลีกย่อยที่เหลือ เขามอบให้โบตั๋นจัดการต่อ ว่านฮวากงมีกำลังไม่ธรรมดา เขาเชื่อว่าโบตั๋นจะสามารถจัดการกับกองกำลังที่เหลือของทั้งสามตระกูลได้อย่างเหมาะสม กวาดล้างสี่ตระกูลใหญ่แห่งไห่เฉิงให้หมดสิ้น
ทว่าในยามนี้ หลี่เฉินอันไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับความยินดีจากชัยชนะ ห้วงความคิดของเขาถูกรบกวนด้วยคำพูดก่อนตายของผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเหอ
ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเหอเผยว่า การที่สี่ตระกูลใหญ่แห่งไห่เฉิงร่วมมือกันล้มตระกูลเวินมิใช่การกระทำที่เกิดจากตนเอง แต่ดูเหมือนจะมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังคอยบงการ
คนผู้นั้นคือใครกัน?
ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเหอและคนอื่น ๆ รู้ดีว่าหลี่เฉินอันจะไม่ปล่อยพวกเขาไป ดังนั้นแม้จะตายก็ไม่ยอมปริปากบอกผู้บงการเบื้องหลัง
เบาะแสขาดตอนอีกครั้ง หลี่เฉินอันทำได้เพียงพึ่งพากำลังของตนเองในการสืบหาความจริง
นอกจากนี้ เขายังไม่สามารถสืบหาตัวตนของบุคคลลึกลับที่พาตัวแม่บุญธรรมไปได้ คนผู้นั้นกับผู้บงการเบื้องหลังคือคนคนเดียวกันหรือไม่?
ข้อสันนิษฐานต่าง ๆ ยังไม่อาจหาคำตอบที่แน่ชัดได้ในตอนนี้
หลี่เฉินอันสั่งให้โบตั๋นจัดคนไปเก็บกวาดสมรภูมิ พร้อมทั้งเดินหน้ากำจัดกำลังที่เหลือของสามตระกูล และสืบสวนคดีตระกูลเวินถูกล้มให้ลึกลงไปอีก
เขามีลางสังหรณ์จาง ๆ ว่า คดีที่ครอบครัวแม่บุญธรรมของเขาถูกล้างบางอาจซับซ้อนเกินกว่าที่เขาคิด เบื้องหลังอาจซุกซ่อนความลับอันใหญ่หลวง
มิเช่นนั้น เหตุใดต้องอาศัยกำลังของสี่ตระกูลใหญ่แห่งไห่เฉิงด้วย ชัดเจนว่าเพื่อปกปิดตัวตนของตนเอง ไม่ให้ใครสืบหาจนพบ
บ่อยครั้งที่กระบวนการยิ่งซับซ้อน การสืบสวนก็ยิ่งยากลำบาก
……
การล่มสลายของสี่ตระกูลใหญ่แห่งไห่เฉิง ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมือง
เมื่อรู้ว่าเป็นฝีมือของคนรุ่นใหม่ที่ไร้ชื่อเสียงคนหนึ่ง ยิ่งทำให้ผู้คนตกตะลึงกว่าเดิม
แน่นอน ก็มีคนที่สงสัยในความจริงของข่าวนี้เช่นกัน
