หลังจากประชุมเสร็จ
จางเสี่ยวเสี่ยวตามหาหัวหน้าทีมอีกครั้ง หวังจะลองขอซื้อดาบเหมี่ยวเล่มนั้นอีกสักรอบ
หัวหน้าทีมรำคาญเต็มทน “อย่ามาหาฉัน ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในความดูแลของฉันแล้ว ทีมโปรเจกต์เราถูกยุบไปแล้ว เถ้าแก่ใหญ่ก็อยู่ไม่ใช่หรือไง? ไปหาเขาเลย!”
พูดจบก็เดินจากไป
หลี่ต้าจวินมองจางเสี่ยวเสี่ยวด้วยท่าทางเหมือนยิ้มก็ไม่ใช่ แล้วหันไปวิ่งตามหัวหน้าทีม
จางเสี่ยวเสี่ยวลังเลใจอยู่นาน
สุดท้ายก็แอบย่องไปที่ห้องเก็บของ คิดจะมองดาบเหมี่ยวอีกสักครั้ง
พลางคิดว่าจะทำใจยัดเยียดซื้อเลยดีไหม โอนเงินให้ฝ่ายการเงินบริษัท แล้วเก็บบดาบเหมี่ยวเข้าไปในมิติส่วนตัวเสีย
ขณะกำลังคิดฟุ้งซ่าน
จางเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งเปิดประตูโกดัง ก็ไม่คิดว่าช่วงเวลานี้ที่นี่ยังจะมีคนอยู่
เธอสะดุ้งโหยง
อีกฝ่ายก็ดูจะประหลาดใจไม่แพ้กัน
สองคนจ้องตากัน
จางเสี่ยวเสี่ยวพูดตะกุกตะกักว่า “สวัสดี… สวัสดีค่ะท่านเถ้าแก่ใหญ่” หล่อนรู้สึกราวกับเป็นคนซื่อตรงที่ยอมแหกกฎแถมยังรู้สึกผิดจนใจคอไม่ดีด้วย
เถ้าแก่ใหญ่มองเธอ แล้วถามเสียงเรียบ “มาทำอะไร?”
สายตาของจางเสี่ยวเสี่ยวตกลงบนดาบเหมี่ยวในมือของเขา ดาบเหมี่ยวเล่มนี้ตั้งแต่แรกเห็นก็ทำให้เธอหลงใหล รู้สึกว่าไม่ใช่ของธรรมดา ตอนนี้เมื่ออยู่ในมือของชายหนุ่ม ยิ่งขับให้ทั่วทั้งเล่มอาบไปด้วยความสูงส่งเยียบเย็น เข้ากับบุคลิกของชายหนุ่มอย่างเหมาะเจาะ
ที่แท้ ดาบเล่มนี้มีเจ้าของแล้วหรือนี่…
ประสาทสัมผัสทั้งห้าของจางเสี่ยวเสี่ยวเฉียบคมมาก สามารถรับรู้สิ่งเล็กน้อยละเอียดอ่อนต่างๆ ได้ เช่นสนามพลังที่ลึกลับอะไรทำนองนั้น พอรู้ว่าดาบเล่มนี้มีเจ้าของแล้วเธอกลับไม่คิดถึงมันอีก เพราะสิ่งนี้เลือกเจ้าของเอง
