หลิวหยางหัวเราะลั่น “ไม่เป็นไร มันฝรั่งเยอะ เสี่ยวเสี่ยวหั่นไว้ตั้งหลายลูก กินอิ่มแน่ กินอิ่มแน่ แต่พวกนายควรเหลือท้องไว้กินอย่างอื่นบ้างนะ”
เขาพูดพลางทอดชุดต่อไป สุดท้ายทอดออกมาได้สามอ่างใหญ่เบ้อเริ่ม ยังทำมะเขือเทศผักกาดขาวตุ๋นวุ้นเส้นอีก แต่ไม่มีหมูสามชั้น เลยทำเป็นแบบเจ ตุ๋นออกมาแบบนี้ ก็เป็นกับข้าวกร่อยข้าวชั้นดี
หลิวหยางง่วนอยู่กับครัว เมนูแล้วเมนูเล่า ข้าวโพดผัดเนย กะหล่ำปลีผัดกุ้งแห้ง ปิดท้ายด้วยซุปสาหร่ายไข่หม้อเบ้อเริ่ม
วัตถุดิบที่มีอยู่จำกัด แต่ทำข้าวของออกมาได้มากขนาดนี้ก็เยี่ยมแล้ว
เซียวชิงกับเซียวหลานสองพี่น้องอวยหนัก
“พี่หลิวนายเก่งเกินไปแล้ว!”
“จริง ๆ! หอมจนน้ำลายไหล!!”
หลิวหยางเก็บข้าวของที่ใช้แล้วมาจัดเรียง จะได้ล้างง่ายในภายหลัง ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มพลางว่า “ชอบก็ดีแล้ว แต่จืดไปหน่อยน่ะ”
เซียวอิ่นชวนอดชมไม่ได้ “ลำบากหน่อยนะ เยี่ยมมากแล้ว”
หลิวหยางยิ้มแบบซื่อ ๆ
เพราะมีคนต้องซ่อมรถ มีคนต้องออกลาดตระเวน ทุกคนเลยสลับกันมากิน
จางเสี่ยวเสี่ยวกินอิ่มก็ไปเปลี่ยนซูซีกับหวังลี่หมิ่น ให้สองคนนั้นได้กินข้าว นานทีจะได้ก่อไฟทำครัว เธอกินเสียพุงกาง
อิ่มจัง
จางเสี่ยวเสี่ยวเดินไปนั่งข้าง ๆ ฟ่านเจียเหวินอย่างอารมณ์ดี
ในอ้อมกอดกุมขวานไว้
เซียวอิ่นชวนกินเสร็จก็สาวเท้าออกมา นั่งลงข้างเธอแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
สองคนตาค้างใส่กัน
จางเสี่ยวเสี่ยวเห็นเขานิ่งไม่พูดอะไร คิดว่าคงไม่มีธุระอะไร ก็ขี้เกียจสนใจ สอดส่ายมองหาเอง ชะเง้อมองนั่นมองนี่ ต่อมาเห็นผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งกำลังถามหลิวหยางว่าขอแลกข้าวกับอะไรหน่อยได้ไหม ในมือถือเหล้าแรงราคาแพงตั้งหลายขวด
