หวังเหย่นั่งลงตรงกลางระหว่างสองสาว มือซ้ายพาดบนไหล่ของสวี่อันอัน มือขวากดลงบนต้นคอของซูชิงเหยียน
“ตกลงกันก่อนนะ นวดจริงจัง ห้ามส่งเสียงมั่วซั่ว”
สวี่อันอันฮึดฮัดอย่างเชิด ๆ
“ใครส่งเสียงก่อน คนนั้นเป็นลูกหมา”
ฝีมือนวดระดับปรมาจารย์ ปลายนิ้วลงน้ำหนักได้อย่างแม่นยำ ไล่กดไปตามเส้นลมปราณทีละชั้น
สองนาทีต่อมา
“อืม…ใช่ ตรงนั้นแหละ…เน้นตรงนั้น อา~ สบายจัง…”
เสียงนี้ผสานกับไอน้ำที่ลอยกรุ่นขึ้นจากบ่อน้ำพุร้อน ชวนให้ใจเตลิดไปไกล หวังเหย่จงใจหยุดนิ้วมือชั่วครู่
“คุณผู้อำนวยการสวี่ เมื่อกี้ใครเป็นคนตั้งธงไว้นะ?”
ใบหน้าของสวี่อันอันแดงเหมือนมะเขือเทศสุก เธอรีบหันหน้าหนีไปอีกทาง ปากแข็งจนถึงที่สุด
“ฉันไม่ได้ส่งเสียง นี่เป็นแค่การบอกผลการรักษาอย่างตรงไปตรงมาที่สุด”
ซูชิงเหยียนที่อยู่ข้าง ๆ กลั้นไม่ไหว หลุดหัวเราะเบา ๆ ออกมา
มือของหวังเหย่เลื่อนลงมาตามไหล่ของสวี่อันอัน ข้อนิ้วสัมผัสถูกสายผูกชุดว่ายน้ำของเธอเข้าโดยไม่ตั้งใจ ร่างของสวี่อันอันสั่นสะท้าน แต่กลับไม่ได้หลบ ซ้ำยังอาศัยระลอกน้ำขยับเข้าหาฝ่ามือของหวังเหย่อีกนิด
หวังเหย่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะขยับเข้าไปตามจังหวะ
สวี่อันอันหลับตาลง ตั้งใจรับสัมผัสอย่างเต็มที่
ส่วนมืออีกข้างของเขาก็ไม่ได้อยู่ว่าง ยังคงนวดไหล่และต้นคอให้ซูชิงเหยียนไปพร้อมกัน
ตอนแรกซูชิงเหยียนยังควบคุมอาการได้ดี นั่งหลังตรงอย่างเรียบร้อย แต่ฝีมือของหวังเหย่ช่างเป็นมืออาชีพจริง ๆ พอเขานวดใกล้สะบัก ร่างที่เกร็งอยู่ของเธอก็ผ่อนคลายลงจนหมด แม้แต่น้ำเสียงยังแผ่วเบาราวกับลอยอยู่ในหมอก
“ตรงนี้เมื่อยนิดหน่อย”
“คงเป็นเพราะสะพายเป้ตอนปีนเขา” หวังเหย่พูดเสียงต่ำ พลางผ่อนแรงมือลงตาม
ซูชิงเหยียนพยักหน้าเบา ๆ
สวี่อันอันมองอยู่ข้าง ๆ ด้วยความหมั่นไส้ ดวงตากลมโตจ้องหวังเหย่เขม็ง
