มือเธอสั่นจนเกือบโยนโทรศัพท์ลงหม้อต้มซุป
"แย่แล้ว! แย่แล้ว!"
เธอหันมามองเจียงฟานด้วยท่าทางลนลาน
"พ่อต้องรู้แน่ว่าฉันกลับดึก เลยโทรมาตาม"
พูดพลางส่งสัญญาณให้เจียงฟานเงียบเสียง แล้วกดรับสาย น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นออดอ้อนทันใด
"ฮัลโหล พ่อจ๋า~"
เห็นสีหน้าเธอเปลี่ยนเร็วราวพลิกฝ่ามือ เจียงฟานแทบหลุดขำ
เสียงแกร่งกร้าวแต่แฝงความอบอุ่นของชายวัยกลางคนลอยมาตามสาย
"โหรวโหรว ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมยังไม่กลับบ้านล่ะ"
เจิ้งหว่านโหรวค้อนใส่เจียงฟานที่กำลังกลั้นหัวเราะ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม
"หนูอยู่บ้านเพื่อนน่ะค่ะ ตอนกลางวันหนูบอกพ่อแล้วไงว่ามีวันเกิดเพื่อน ก็เลยเล่นเลยเวลาไปหน่อย"
"แต่พ่อวางใจเถอะ เดี๋ยวหนูกลับเลยค่ะ"
ปลายสายคุณพ่อดูไม่ติดใจอะไร แถมยังหัวเราะอย่างเอ็นดูลูกสาวอีก
"ได้ แต่อย่าเล่นดึกเกินไป นี่เกือบสองทุ่มแล้ว เด็กผู้หญิงอยู่ข้างนอกไม่ปลอดภัยนะ จะให้พ่อส่งคนขับรถไปรับไหม"
เจิ้งหว่านโหรวรีบตอบ
"ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง เดี๋ยวหนูให้เพื่อนมาส่งเองค่ะ"
"อือๆ ค่ะ รู้แล้ว งั้นวางก่อนนะ"
"บ๊ายบาย พ่อจ๋า~"
กดวางสายเสร็จ เจิ้งหว่านโหรวก็ถอนหายใจยาวราวกับลูกโป่งหมดลม
เจียงฟานถือแก้วเครื่องดื่ม ยิ้มบางๆ
"โตป่านนี้แล้ว ยังมีกฎกลับบ้านอีกเหรอ"
เจิ้งหว่านโหรวกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย
"ช่วยไม่ได้นี่คะ ก็ฉันเป็นลูกคนเดียว แล้วก็เป็นผู้หญิงด้วย ที่บ้านเลยเข้มงวดมาตั้งแต่เด็ก"
เจียงฟานยิ้มพลางพยักหน้า เข้าใจแล้วว่าทำไมเด็กสาวคนนี้ถึงมีนิสัยแตกต่างอย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือ
แต่ก็นะ เสียงในโทรศัพท์เมื่อกี้ ทำไมถึงคุ้นหูอย่างนั้นล่ะ
ยังไม่ทันได้คิดต่อ เจิ้งหว่านโหรวก็ลุกขึ้นเสียก่อน
"พอดีเลย พ่อโทรมาแล้ว ฉันต้องรีบกลับ ไปก่อนนะ"
