ที่จริงมันก็แค่ห้องแคบ ๆ ซึ่งกั้นแยกออกมาข้างห้องโถงใหญ่ พอวางเตียงไม้กระดานกับหีบไม้ใบเล็กจนน่าสงสารได้เท่านั้น นี่คงเป็นพื้นที่ส่วนตัวเพียงแห่งเดียวที่เจ้าของร่างเดิมมี หากสิ่งนี้นับเป็นพื้นที่ได้ละก็นะ
หลีหยางทิ้งตัวลงบนเตียงไม้กระดาน กระดูกทั่วร่างส่งเสียงรำพึงถึงความรู้สึกหลังรอดตายมาได้
แสงจันทร์ลอดผ่านช่องระหว่างหญ้าคาเหนือหลังคาลงมาเป็นริ้วบาง ๆ ตกกระทบบนใบหน้าของนาง
นางเพียงนอนนิ่งเงียบ รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านเป็นระลอกมาจากร่างกายอันบอบช้ำนี้
หลีหยางจ้องแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหญ้าคา พลางจัดทำตารางขึ้นมาเงียบ ๆ ในใจ
ช่องด้านซ้ายคือสิ่งที่ระบบมอบให้นางได้ ทั้งการตรวจวัดระดับความชื่นชอบ การแจ้งเตือนเหตุการณ์หวั่นไหว แบบจำลองบทสนทนา การปรับปรุงฉากจำลอง การเสริมความแข็งแกร่งของร่างกาย การปรับโฉม และการสุ่มทักษะ...พูดง่าย ๆ ก็คือเครื่องมือช่วยเหลือทั้งนั้น ไม่มีสิ่งใดที่นางควบคุมได้อย่างแท้จริง
รางวัลทุกอย่างล้วนตั้งอยู่บนเงื่อนไขเดียว นั่นคือพิชิตใจพระเอก
หากไม่พิชิตใจก็ไม่มีรางวัล
หากพิชิตใจได้ รางวัลที่ได้รับก็มีไว้เพื่อให้การพิชิตใจครั้งต่อไปราบรื่นยิ่งขึ้น
ขนแกะย่อมมาจากตัวแกะ วนไปวนมา ผู้ได้ประโยชน์มีแต่ระบบ ไม่ใช่นาง
จากนั้นนางก็มองช่องว่างด้านขวาแล้วเริ่มเติมข้อความลงไป จะเร็วเกินไปไม่ได้ เร็วเกินไปย่อมชวนให้สงสัย ระบบเองก็อาจระแวง
แต่ก็ช้าเกินไปไม่ได้เช่นกัน หากเขาสอบผ่านขึ้นมาจริง ๆ แล้วโชคชะตาเริ่มเข้าข้าง เมื่อถึงตอนนั้นจะจัดการเขาก็ยากแล้ว
ต้องหาเวลาให้เหมาะเจาะ ทำให้เขาประสบเหตุไม่คาดฝันสักอย่าง แล้วก็ยังทำให้ระบบยินดีช่วยเปลี่ยนเป้าหมายคนต่อไปให้นางได้
……
นางพลิกตัว เตียงไม้กระดานส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด แสงแดดส่องลอดช่องหญ้าคามาแยงตาจนนางต้องหรี่ตา นางนอนอยู่ครู่หนึ่ง รอจนสมองปลอดโปร่งดีแล้วจึงยันตัวขึ้นนั่ง
เมื่อคืนแม้จะไปกินข้าวข้าวกล้องที่บ้านป้าหวังมาเล็กน้อย แต่บัดนี้ก็หิวอีกแล้ว
ภายในบ้านเงียบสงัด ทางห้องโถงใหญ่ไม่มีเสียงกรน หลีเหล่าซานยังไม่กลับมา
หลีหยางนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าไร้อารมณ์
ในบ้านไม่มีของกินประทังหิวเหลืออยู่แล้ว
นางรู้ว่าระบบช่วยแก้ปัญหาปากท้องให้นางได้ แต่มีเงื่อนไข
เมื่อวานซืน ตอนระบบไม่สนใจเลยว่านางยังมีบาดแผลอยู่ แล้วเร่งให้นางไปพิชิตใจเสิ่นเหยียนซู มันก็รักษารอยฟกช้ำเขียวช้ำม่วงทั่วร่างให้นางไปด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ยังถ่ายทอดสิ่งอบอุ่นสายหนึ่งเข้าสู่ร่างกาย ตอนนั้นทั่วร่างสบายราวกับเพิ่งแช่น้ำร้อนเสร็จ ทั้งไม่หิว ไม่กระหาย ร่างกายที่อยู่ในสภาพร่อแร่ถูกดึงกลับมาอยู่ในสภาพปกติทันที
ตอนนั้นนางคิดว่านี่เป็นสวัสดิการที่ให้ได้เรื่อย ๆ แต่เมื่อวานพอนางลองถามระบบว่าขออาหารสักหน่อยได้ไหม ระบบกลับตอบมาทันทีว่า “ระบบนี้ให้ความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับภารกิจพิชิตใจเท่านั้น ไม่จัดหาสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตประจำวันนะ~”
อ้อ
สรุปว่ามันแค่ให้ชิมความหวานก่อน เพื่อผลักนางไปพิชิตใจเสิ่นเหยียนซู
พอเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการพิชิตใจ ระบบเฮงซวยนี่ก็ขี้เหนียวทุกอย่าง
“ระบบ” นางเอ่ยขึ้นในใจ น้ำเสียงอ่อนโยน
“อยู่นี่! เจ้าของระบบมีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือ?” ระบบขานรับอย่างรวดเร็ว
“ข้าอยากไปเยี่ยมเสิ่นเหยียนซูสักหน่อย”
หลีหยางกล่าว “ดวงตาของเขาบาดเจ็บเพราะพวกเรา ไม่ว่าอย่างไรเราก็ควรไปดูเขาสักครั้ง”
น้ำเสียงของระบบเต็มไปด้วยความยินดีอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าของระบบจิตใจดีจริง ๆ! ข้านึกว่าเจ้าจะไม่สนใจเขาแล้วเสียอีก! ดีเลย ๆ ไปเยี่ยมเขากัน! จะได้เพิ่มระดับความชื่นชอบสักหน่อย!”
“แต่ตอนนี้ข้าจนกรอบ ไม่มีอะไรติดตัวเลย” น้ำเสียงของหลีหยางเจือแววลำบากใจ “ไปมือเปล่าก็คงไม่เหมาะ ดูไร้มารยาทเกินไป”
ระบบถอนหายใจเป็นเสียงอิเล็กทรอนิกส์ “ธรรมเนียมปฏิบัติของมนุษย์นี่ช่างยุ่งยากนัก...แล้วเจ้าของระบบคิดจะทำอย่างไร?”
หลีหยางไม่ตอบ เพียงนั่งเงียบ ๆ อยู่ริมเตียงและรอคอย
เป็นไปตามคาด ระบบอดรนทนไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นก่อน “คิดออกแล้ว! เจ้าของระบบไปที่หลังเขาสิ ใต้ต้นสนคดงอข้างหน้าผาเล็ก ๆ เดินไปทางขวาอีกราวสิบก้าว จะมีซอกหินอยู่ หลังซอกหินมีเห็ดหลินจือซ่อนอยู่ต้นหนึ่ง ขุดมันขึ้นมาแล้วเอาไปให้พระเอกบำรุงร่างกาย ดีหรือไม่!”
“เห็ดหลินจือ?” หลีหยางเลิกคิ้ว “เจ้ารู้กระทั่งเรื่องนี้ด้วยหรือ?”
น้ำเสียงของระบบแฝงความภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน “ระบบนี้เก่งกาจถึงเพียงนี้ วันนี้ไปมอบของให้พระเอก นับว่าอยู่ในขอบเขตภารกิจพิชิตใจ ข้าจะเปิดระบบนำทางให้เจ้าสักครั้ง!”
“ได้”
หลีหยางยืดตัวตรง ปัดเสื้อผ้าที่มีรอยยับ “นำทางเถอะ”
นางผลักประตูไม้ที่ทำจากกิ่งฟืนออกแล้วเดินไปข้างนอก
ฟ้าสว่างมากแล้ว แสงแดดไม่แรง ลมก็ไม่จัด
นางเดินไปตามทางในหมู่บ้านมุ่งหน้าเชิงเขา ระหว่างทางพบชาวบ้านหลายคนแบกจอบลงไปทำไร่ แต่ไม่มีใครมองนางนานนัก
บุตรสาวของหลีเหล่าซาน ผอมแห้งตัวเล็ก ไม่สะดุดตาพอ ๆ กับหญ้าหางหมาบนข้างทาง
ระบบบอกทางในหัวของนางอย่างขยันขันแข็ง “เดินไปข้างหน้า เห็นต้นสนคดงอต้นนั้นไหม? ใช่ ๆ ต้นนั้นแหละ! นับไปทางขวา สิบเอ็ดก้าว สิบสองก้าว หยุด! ซอกหินตรงนี้แหละ! เจ้าของระบบลองย่อตัวลงดู หลังซอกหินมีของอยู่ใช่หรือไม่?”
หลีหยางย่อตัวลง แหวกกอหญ้าแห้งออก แล้วยื่นมือควานเข้าไปหลังซอกหิน นิ้วมือสัมผัสของแข็งบางอย่าง นางออกแรงดึงเต็มที่ ก่อนจะดึงเห็ดหลินจือขนาดเท่าฝ่ามือออกมาได้ต้นหนึ่ง
หมวกเห็ดมีสีน้ำตาลเข้ม ขอบเรื่อสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นขมจาง ๆ คล้ายเนื้อไม้
นางพลิกดูไปมาสองครั้งแล้วบ่นในใจว่า พระเอกเฮงซวย กินของดีขนาดนี้เชียว
แต่นางกลับชูนิ้วโป้งให้ระบบ “ไม่เลว”
ระบบยิ้มย่อง “แน่นอน! ของที่ระบบนี้เลือก ย่อมเป็นของชั้นเลิศ! ไปเถิดเจ้าของระบบ เอาไปให้เสิ่นเหยียนซู เขาตาบอดอยู่ในยามนี้ ในใจคงทุกข์ใจไม่น้อย เมื่อได้รับของขวัญจากเจ้า ระดับความชื่นชอบต้องพุ่งสูงขึ้นแน่!”
หลีหยางยัดเห็ดหลินจือลงในถุงผ้าที่พกติดตัว ปัดดินบนถุง แล้วก้าวเดินลงจากเขา
“เจ้าของระบบ?” ระบบเรียกอย่างฉงน “เจ้าเดินผิดทางหรือเปล่า? บ้านเสิ่นเหยียนซูอยู่ทางตะวันออกของหมู่บ้าน แต่นี่เจ้ากำลังเดินออกนอกหมู่บ้าน”
“ไม่ได้เดินผิด”
หลีหยางยังคงก้าวเดินต่อ “ข้าจะเข้าเมือง”
“เข้าเมืองไปทำไม?” น้ำเสียงของระบบเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ “เห็ดหลินจือไม่ควรเอาไปให้พระเอกหรอกหรือ? เขากำลังต้องการบำรุงร่างกาย ได้รับของขวัญจากเจ้าแล้ว ระดับความชื่นชอบต้อง...”
“ระบบ ฟังข้าก่อน”
หลีหยางเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เห็ดหลินจือเป็นของล้ำค่าเกินไป ลองคิดดูสิ หากข้ามอบของล้ำค่าเช่นนี้ให้เขาตั้งแต่แรก ความคาดหวังของเขาก็พุ่งสูงสุดแล้ว แล้วครั้งหน้าล่ะ? ข้าจะให้อะไรเขาได้อีก? คงขุดเห็ดหลินจือมามอบให้ทุกครั้งไม่ได้กระมัง? หากวันใดของที่มอบให้ด้อยกว่าเห็ดหลินจือ เขาย่อมผิดหวัง ระดับความชื่นชอบกลับจะลดลงเสียอีก”
ระบบเงียบไปสองวินาที
“แล้วอย่างไร?” มันถาม
“เพราะฉะนั้นข้าจะเอาเห็ดหลินจือไปขายในเมืองก่อน” หลีหยางอธิบายอย่างอดทน น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับกำลังสอนเด็กน้อยผู้ไม่ประสีประสา “นำเงินที่ได้ไปซื้อของบำรุงทั่ว ๆ ไปให้เขา ไม่แพงไม่ถูกจนเกินไป กำลังเหมาะ เช่นนี้ทั้งแสดงน้ำใจและไม่ทำให้ความคาดหวังสูงเกินไป ต่อไปข้าค่อยส่งของให้เขาเป็นครั้งคราว ค่อย ๆ สานสัมพันธ์ ระดับความชื่นชอบจึงจะเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง”
ระบบขานรับ “อืม” อย่างคล้ายเข้าใจ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง จึงพึมพำว่า “แต่คราวหน้าเจ้าก็ส่งของที่ล้ำค่ากว่านี้ให้เขาสิ”
ฝีเท้าของหลีหยางชะงักไปชั่วขณะ
นางกัดฟันสูดลมหายใจลึก ๆ อยู่ในใจ แต่น้ำเสียงกลับไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย “เจ้าคิดง่ายเกินไปแล้ว เรื่องความรู้สึกไม่ใช่สิ่งที่ใช้เงินทุ่มใส่แล้วจะได้มา เชื่อข้าเถิด ค่อย ๆ สานสัมพันธ์จึงเป็นหนทางที่ถูกต้อง”
ระบบถูกนางพูดจนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เมื่อคิดว่าเจ้าของระบบกระตือรือร้นจะไปเยี่ยมเสิ่นเหยียนซูถึงเพียงนี้ ท่าทีก็ชัดเจนแล้ว คงไม่หลอกมัน จึงยอมเงียบเสียงแต่โดยดี
หลีหยางเดินอย่างรวดเร็ว เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นสูงกลางศีรษะ นางก็มาถึงเมืองแล้ว
เมืองคึกคักกว่าหมู่บ้านมาก ร้านค้าสองข้างถนนเรียงรายต่อกัน มีทั้งร้านขายผ้า ร้านตีเหล็ก ร้านขายธัญพืช และร้านขายยา เสียงเรียกลูกค้าดังขึ้นไม่ขาดสาย
นางสอบถามจนพบร้านฮุยชุนถัง เป็นร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมือง รับซื้อสมุนไพรนานาชนิด
เมื่อผลักประตูร้านเข้าไป กลิ่นยาฉุนเข้มก็ปะทะใบหน้า ชายชราผมและหนวดเคราขาวโพลนคนหนึ่งฟุบอยู่บนโต๊ะคิดเงิน กำลังใช้ตาชั่งชั่งสมุนไพร
