ท่ามกลางเสียงประทัดส่งท้ายปีเก่า กระดาษคำอวยพรปีใหม่ผืนใหม่ถูกแปะทับยันต์เก่า บนกรอบประตูบ้านทุกหลังในหมู่บ้านหลิวถังยังคงติดคำคู่รับฤดูใบไม้ผลิที่ฉินฮ่าวหรานลงมือเขียนด้วยตนเองก่อนปีใหม่ หมึกยังไม่จางหาย อากาศคล้ายยังอบอวลด้วยกลิ่นหอมของอาหารค่ำส่งท้ายปีและกลิ่นดินปืนจากประทัด
ทว่า บรรยากาศเทศกาลอันครึกครื้นยังไม่ทันจางหายไปหมดดี เมื่อถึงวันที่ 6 เดือนอ้าย ภายในห้องเรียนของชั้นเจี่ยแห่งสำนักศึกษาเอกชนฉงเหวินในเมืองชิงสุ่ย ก็มีแสงตะเกียงสีเหลืองสลัวส่องสว่างขึ้นอีกครั้งแล้ว
บรรดาศิษย์ที่จะเข้าสอบระดับอำเภอในปีนี้แทบทุกคนต่างกลับมายังสถานที่คุ้นเคยแห่งนี้ล่วงหน้าโดยมิได้นัดหมาย
ก่อนออกเดินทาง สัมภาระของฉินฮ่าวหรานหนักกว่าปกติมาก ภายในนอกจากรวมคำอธิบายคัมภีร์สี่เล่มไม่กี่เล่มที่ถูกเปิดอ่านจนขอบสึก กับต้นฉบับเรียงความหนาปึกแล้ว ยังมีของกินที่เฉินซื่อ ผู้เป็นป้าสะใภ้ใหญ่ยัดใส่มาจนเต็ม ทั้งไข่ต้ม แผ่นแป้งทอดจนเหลืองทอง และไข่เป็ดเค็มโถเล็กที่นางหมักด้วยตนเอง
ก้นสัมภาระยังมีเสื้อคลุมยาวสีเขียวกับเสื้อตัวในชุดหนึ่งพับวางอยู่ เป็นเสื้อที่ตัดเย็บจากผ้าเนื้อละเอียด ฝีเข็มถี่แน่นและแข็งแรง ฉินหย่วนซานผู้เป็นลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่เห็นว่าการที่ฮ่าวหรานจะไปสอบระดับอำเภอในตัวอำเภอเป็นเรื่องใหญ่หลวง จึงกัดฟันตัดเสื้อผ้าดูดีให้ชุดหนึ่ง หวังว่าเมื่อสวมเสื้อใหม่แล้วจะได้ลางดี
หลังมาถึงสำนักศึกษาและจัดแจงที่พักเรียบร้อย ฉินเต๋อชางกับฉินหย่วนซานก็เข้าไปคารวะท่านอาจารย์หลี่เป็นคนแรก ของกำนัลปีใหม่ที่นำไปมอบยังคงเป็นไข่เป็ด เนื้อสัตว์ป่าตากแห้ง และสุราข้าวรสเข้มข้นที่ผลิตขึ้นเอง แม้ของจะไม่มาก แต่เปี่ยมด้วยน้ำใจจริงใจ
จากนั้นฉินเต๋อชางก็ล้วงห่อผ้าออกมาจากอกอย่างระมัดระวัง คลายปมเชือก เผยให้เห็นเงินทองแดงห้าพวงที่ร้อยไว้เรียบร้อย ก่อนวางลงบนโต๊ะหนังสือของอาจารย์ เสียงเงินทองแดงกระทบกันดังทึบ หนักแน่น
