หลังจากกลับจากที่ว่าการอำเภอซึ่งไปลงชื่อสอบ บรรยากาศการเล่าเรียนในชั้นเจี่ยของสำนักศึกษาเอกชนฉงเหวินก็ยิ่งทวีความเข้มข้นถึงขีดสุด
ท่านอาจารย์หลี่จัดตารางช่วงโค้งสุดท้ายไว้อย่างรัดกุมไร้ช่องโหว่ เพิ่มความถี่ของการสอบจำลองเป็นทุกห้าวัน โดยจำลองขั้นตอนและเวลาให้เหมือนการสอบระดับอำเภอทุกประการ กระทั่งจงใจสร้างสิ่งรบกวนเล็กน้อยระหว่างการสอบจำลอง เพื่อฝึกสมาธิของเหล่าศิษย์
ในแต่ละวัน ไม่เป็นการอธิบายความหมายลึกซึ้งของคัมภีร์ที่มักเข้าใจผิดได้ง่าย ก็วิเคราะห์แนวโน้มของบทความในช่วงนั้น หรือไม่ก็ฝึกเขียนบทความแปดขาแบบจับเวลาอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การวางประเด็น การขยายความ การเกริ่นนำ การเปิดเรื่อง การขึ้นต้นย่อหน้า การขยายความย่อหน้ากลาง การเขียนย่อหน้าท้าย และการสรุปปิดท้าย
บทความของทั้งห้าคนถูกขัดเกลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้อยคำแต่ละประโยคถูกพินิจพิจารณาครั้งแล้วครั้งเล่า จนท่านอาจารย์หลี่พยักหน้าเล็กน้อย จึงนับว่าผ่าน
ภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ เวลาราวกับผ่านไปเร็วขึ้น เพียงพริบตาก็เหลืออีกเจ็ดวันก่อนถึงการสอบระดับอำเภอ
วันนั้น หลังสอนเสร็จ ท่านอาจารย์หลี่มิได้มอบการบ้านใหม่ในทันที หากเรียกทั้งห้าคนเข้ามาหาอีกครั้ง สายตาของเขากวาดมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเหล่าศิษย์ทีละคน ก่อนเอ่ยเสียงขรึมว่า
“หนทางแห่งการศึกษาอยู่ที่ความเพียรต่อเนื่อง ทั้งต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา อีกเจ็ดวันจึงจะถึงการสอบระดับอำเภอ พวกเจ้าจงเก็บสัมภาระกลับบ้านไปพักใจสักหลายวัน อย่างแรกจะได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว คลายความตึงเครียดในใจ อย่างที่สองจะได้ออกเดินทางไปเช่าโรงเตี๊ยมในตัวอำเภอแต่เนิ่นๆ เพื่อปรับตัวให้คุ้นเคย จะได้ไม่แปลกที่จนหลับไม่ลง พักผ่อนไม่พอ จิตใจว้าวุ่นจนส่งผลต่อการสอบ”
