ผู้คนในโถงต่างเห็นภาพนั้น พากันส่ายหน้าอมยิ้ม ไม่มีใครหัวเราะเยาะหรือล้อเลียน
ครั้นหามฉินเหอวั่งมาถึงหน้าห้องปีก เขาก็พึมพำขึ้นมาในห้วงฝันว่า “เสี่ยวสุ่ย... ขออีกจอก... ข้ายังดื่มไหว...”
เถี่ยหลี่กลั้นหัวเราะไม่อยู่ “เหอวั่งฝันถึงผู้ใดกัน?”
เหอหวาส่ายหน้า “ไม่รู้หรอก แต่ไม่ใช่พี่สะใภ้แน่”
ทั้งสองสบตากันแล้วหัวเราะออกมา
ทั้งคู่กลับไปยังโต๊ะเลี้ยง แล้วเลียนคำพูดนั้นให้ฟัง เมื่อทุกคนได้ยินก็พากันหัวเราะครืนอีกระลอก ฉินโส่วเย่หัวเราะเสียงดังที่สุด ถึงกับตบต้นขาจนน้ำตาเล็ด “เหอวั่งนี่นะ ปกติเห็นเป็นคนซื่อ ๆ แต่ในฝันกลับเจ้าชู้ไม่เบา!”
ฉินหย่วนซานโบกมือพลางหัวเราะ “อย่าพูดเหลวไหล เขาฝันถึงเพื่อนวัยเด็ก มิใช่คนอื่นเสียหน่อย”
“เพื่อนวัยเด็กก็ยังเป็นเด็กสาวอยู่ดี!” ฉินโส่วเย่ขยิบตายักคิ้ว เรียกเสียงหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง
โต๊ะของเหล่าสตรีก็ได้ยินเช่นกัน สะใภ้หลายคนยกมือปิดปากหัวเราะ จางชุนเถาหน้าแดงก่ำ ถ่มน้ำลายเบา ๆ “เมาแล้วพูดจาเลอะเลือน พวกเจ้าก็เชื่อเป็นจริงเป็นจังไปได้!” กล่าวจบก็ลุกมุ่งหน้าไปยังห้องปีก ถึงอย่างไรก็ยังไม่วางใจ จึงจะไปดูสักหน่อย
โต๊ะของเด็ก ๆ กินเสร็จเร็วที่สุด
เฉิงโย่ว เฉิงเชียน และเด็กหนุ่มวัยกำลังโตอีกหลายคน ตักข้าวเข้าปากไม่กี่คำ ยัดเนื้อเข้าปากไปสองสามชิ้นก็เริ่มนั่งไม่ติด
พอผู้ใหญ่ทุกคนวางตะเกียบ เด็ก ๆ ก็กรูกันเข้าไปล้อมผู้อาวุโสหลายคนไว้
คนนี้ดึงแขนเสื้อ คนนั้นรั้งชายเสื้อ พากันส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
“ท่านลุงใหญ่ ให้ประทัดพวกข้าสักสองสามอันเถิด!”
“ท่านอาสาม ข้าอยากได้ชนิดที่เสียงดัง! แบบเปรี๊ยะปร๊ะดังลั่นนั่นน่ะ!”
“ท่านปู่ ข้าอยากได้ประทัดโยน! คราวก่อนท่านรับปากข้าไว้แล้ว!”
“ท่านลุงรอง มีลิงพุ่งฟ้าหรือไม่? ข้าอยากได้ลิงพุ่งฟ้า!”
ผู้ใหญ่ทั้งหลายถูกออดอ้อนจนหมดทาง ได้แต่ด่ากลั้วหัวเราะว่า “เจ้าพวกตัวแสบ” แล้วล้วงประทัดเส้นเล็ก ๆ ที่ห่อด้วยกระดาษแดงออกจากอกเสื้อ แจกให้ทีละคน
ฉินโส่วเย่หยิบออกมามากที่สุด ก่อนหน้านี้เขาเตรียมไว้กำใหญ่ ยัดไว้ในอกเสื้อจนตุง บัดนี้จึงหยิบออกมาจนหมด แจกเด็กแต่ละคนคนละสามถึงห้าอัน
