ทว่าเสียงอึกทึกนอกกำแพงเรือนมิได้สงบลง กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ยามบ่าย กระทั่งมีสาวใช้ใจกล้าขว้างถุงหอมและผ้าเช็ดหน้าปักลายของคุณหนูทั้งหลายเข้ามาในเรือนจากนอกกำแพง ก่อนเสียงหัวเราะหวานใสจะค่อย ๆ ห่างไกลออกไป
ฉินเหอวั่งกับอีกสองคนวุ่นวายเก็บข้าวของจนมือเป็นระวิง ทุกข์ใจจนพูดไม่ออก
ฉินเถี่ยหลี่เก็บถุงหอมใบหนึ่งขึ้นมา บนนั้นปักลายนกยวนยาง เขายกขึ้นดมแล้วขมวดคิ้ว “กลิ่นหอมฉุนเกินไป สูดแล้วปวดหัว”
ฉินเหอวากลับเก็บผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งขึ้นมา บนนั้นปักบทกลอนด้วยด้ายเงินว่า “ขอเพียงได้เคียงคู่ผู้มีใจเดียว” เขาจุปากด้วยความพิศวง “คุณหนูเหล่านี้ฝีมือประณีตยิ่งนัก...”
“ประณีตอันใดกัน! รีบเก็บเสีย! ฮ่าวหรานยังต้องอ่านหนังสือ!”
เรื่องเหลวไหลยิ่งกว่านั้นเกิดขึ้นในยามเย็น
ไม่รู้ข่าวลือมาจากที่ใด บอกว่าฉินฮ่าวหรานคือดาวบุ๋นจุติลงมา ณ ยามนี้ หากโยนเงินเข้าไปในเรือนของเขา จะได้บุญกุศลและได้รับวาสนาทางบุ๋น
แรกเริ่มมีเพียงชาวบ้านไม่กี่คนลองโยนเหรียญทองแดงเข้าไปสองสามเหรียญ ต่อมากลับกลายเป็นคนหลายสิบคนเข้าแถวโยนเงินเข้าเรือน
เหรียญทองแดง เงินแตกก้อน กระทั่งแท่งเงินทั้งแท่ง ต่างพุ่งเข้ามาจากนอกกำแพงราวกับเม็ดฝน ตกกระทบพื้นศิลาเขียวส่งเสียงกังวาน
ฉินเหอวั่งตกใจจนหน้าถอดสี รีบลงกลอนประตูเรือน ทั้งสามหลบอยู่ในห้อง ไม่กล้าออกไป
ฉินเถี่ยหลี่แนบตากับช่องประตูมองออกไป แล้วสูดลมหายใจเฮือก “สวรรค์! นี่ต้องมีเงินเท่าไรกัน...”
ฉินฮ่าวหรานยืนอยู่หน้าต่าง มองทรัพย์สินเงินทองที่ร่วงลงมาจากฟ้า ในใจรู้สึกหลากหลายยากบรรยาย
นี่คือพลังของชื่อเสียงหรือ? ถึงทำให้คนไม่รู้จักกันคลุ้มคลั่งได้ถึงเพียงนี้?
ฉินเถี่ยหลี่พึมพำ “พวกเขาคิดว่าฮ่าวหรานเป็นเต่าประจำบ่อน้ำอธิษฐานหรือไร...”
ฉินเหอวามองเงินเต็มพื้นตาละห้อย กลืนน้ำลายลงคอ “พี่เหอวั่ง เงินพวกนี้...พวกเราเก็บดีหรือไม่? ซื้อที่นาได้ตั้งมากมาย...”
ฉินเหอวั่งถลึงตามอง “เก็บอันใด! นี่คือเงินที่ฮ่าวหรานแลกมาด้วยชื่อเสียง จะหยิบมาแตะต้องตามใจได้หรือ? หากเจ้าแตะเหรียญทองแดงแม้แต่เหรียญเดียว พรุ่งนี้คนทั้งเมืองหลวงก็จะรู้ว่าฉินฮ่าวหรานโลภเงิน!”
