ที่นั่งประธานตั้งอยู่กึ่งกลางด้านหน้าของโต๊ะบูชาในโถงใหญ่ โดยยึดหลัก “หันหน้าไปทางทิศใต้ถือเป็นที่ประเสริฐ หันหน้าเข้าหาโต๊ะบูชาถือเป็นการแสดงความเคารพ” แล้วจัดเรียงตามลำดับอาวุโส ผลสอบ และฐานะ ที่นั่งประธานตำแหน่งสำคัญที่สุดมีไว้ให้ประมุขตระกูลนั่งเท่านั้น
ทางซ้ายมือของฉินเต๋อชางคือใต้เท้าหลัวเจ้าเมือง ส่วนทางขวามือคือนายอำเภอโจว
ถัดออกไปทั้งสองฝั่งตามลำดับ เป็นอาจารย์ผู้สอนหวังจากสำนักศึกษาประจำเมือง ท่านอาจารย์หลี่จากสำนักศึกษาประจำอำเภอ แล้วจึงถึงฉินฮ่าวหราน ตัวเอกของงานในวันนี้
ท่านอาสามฉิน ท่านปู่เจ็ด และผู้อาวุโสในตระกูลอีกหลายคนกระจายกันไปต้อนรับแขกผู้มีเกียรติคนอื่น ๆ
ท่านอาสามฉินคอยดูแลเหล่าคหบดีจากอำเภอใกล้เคียง ส่วนท่านปู่เจ็ดต้อนรับอาจารย์ที่ปรึกษาและปลัดจากที่ว่าการอำเภอหลายคน
ทุกคนต่างกล่าวถ้อยคำมงคลให้เข้ากับงาน ชนจอกดื่มสุรากัน บรรยากาศคึกคักยิ่ง
ฉินชิวโส่วเดินวนมาถึงโต๊ะประธานอีกครั้ง แล้วกระซิบกับฉินฮ่าวหรานว่า “ฮ่าวหราน อาหารจานร้อนขึ้นโต๊ะไปแล้วหกอย่าง ตามที่เราหารือกันไว้ อีกสองจานก็ถึงเวลาเสิร์ฟเป็ดย่างจานปิดท้ายแล้ว”
ฉินฮ่าวหรานพยักหน้า เงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วกวาดตามองสถานการณ์บนโต๊ะ ก่อนตอบเสียงเบาว่า “ชิวโส่วลำบากแล้ว ข้าเห็นทุกคนกำลังดื่มกันอย่างออกรส รอให้บัวลอยข้าวเหนียวจานนี้หมดก่อน ค่อยเสิร์ฟเป็ดย่างเถิด”
“ได้เลย!” ฉินชิวโส่วรับคำ แล้วมุ่งหน้าไปยังห้องครัวอย่างว่องไว
ฉินเต๋อชางยกจอกสุราขึ้นคารวะเจ้าเมืองหลัวกับนายอำเภอโจว “ใต้เท้าทั้งสอง ข้าน้อยขอคารวะอีกจอก เรือนเล็กคับแคบ อาหารและสุราก็เรียบง่าย หวังว่าท่านทั้งสองจะไม่ถือสา”
