โดยเฉพาะหัวข้อว่าด้วยการปกครองขุนนาง เขาชี้ตรงไปยังปัญหาว่า “ทุกวันนี้ ความเสื่อมเสียมิได้อยู่ที่กฎหมายไม่รัดกุม หากอยู่ที่บังคับใช้ไม่เข้มงวด มิได้อยู่ที่ขุนนางมีไม่พอ หากอยู่ที่ผู้มีคุณธรรมไม่ได้รับการส่งเสริม” นับว่ากล่าวได้ตรงจุดและสอดคล้องกับสถานการณ์ยิ่งนัก
เขาจรดพู่กัน วาดวงกลมอย่างเรียบร้อยไว้ตรงมุมขวาบนของกระดาษคำตอบ “○”
กระดาษคำตอบถูกส่งต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อมาถึงมือจั่วเหวยชิง รองมหาเสนาบดีฝ่ายในผู้เป็นขุนนางอาวุโสซึ่งวางตนเป็นขุนนางผู้เที่ยงธรรม เขาก็อ่านตรวจอย่างละเอียด
เมื่อเห็นส่วนว่าด้วยการปกครองขุนนาง คิ้วของเขาพลันเลิกขึ้นเล็กน้อย ผู้เข้าสอบผู้นี้กล้ากล่าวตรง ๆ ว่า “เข้มงวดการประเมินผลงาน และกำหนดรางวัลลงโทษให้ชัดเจน” เป็นการกล่าวเป็นนัยว่าการประเมินขุนนางในปัจจุบันเป็นเพียงพิธีการ รางวัลและโทษไม่ชัดเจน ช่างกล้าหาญไม่น้อย ทว่ากล่าวได้มีเหตุผล
ครั้นอ่านแผนป้องกันชายแดนต่อ “ใช้การค้าชาและม้าเพื่อผูกไมตรีกับชาวมองโกล” ข้อเสนอนี้แตกต่างจากจุดยืนแข็งกร้าวของฝ่ายที่ต้องการทำศึกในราชสำนักอยู่บ้าง ทั้งยังปฏิบัติได้จริงกว่าและสอดคล้องกับแนวคิด “ใช้ไมตรีผูกใจผู้คนห่างไกล” ของจั่วเหวยชิง
เขาก็วาดวงกลมอีกวงหนึ่ง
ผู้ตรวจข้อสอบคนที่สามคือหลี่โม่ เสนาบดีกรมขุนนาง
ขุนนางใหญ่ผู้กุมการเลื่อนขั้นของขุนนางทั่วแผ่นดินผู้นี้ ย่อมให้ความสำคัญกับส่วนว่าด้วยการปกครองขุนนางมากที่สุด
เมื่อเห็นถ้อยคำ “เปิดช่องทางให้ผู้คนแสดงความคิดเห็น และไม่ลงโทษผู้กล่าวความจริง” ใจเขาก็ไหววูบ ถ้อยคำนี้ฟังดูคุ้นหู คล้ายเป็นข้อเสนอที่จั่วเหวยชิงยึดถือมาโดยตลอด
เมื่อพิจารณาสำนวนการเขียนต่อ ทั้งสุขุมทั้งแฝงความคมคาย หรือว่าจะเป็นศิษย์ของจั่วเหวยชิง?
แต่เขายังคงประเมินตามเนื้อหา คำตอบฉบับนี้นับว่ามีคุณภาพชั้นเลิศ
เขาวาด “○” อีกวงหนึ่ง
วงกลมสามวงถือเป็นผลงานดีเยี่ยม กระดาษคำตอบฉบับนี้จึงเข้าชั้นหนึ่งได้แล้ว
ทว่าการตรวจข้อสอบยังคงดำเนินต่อไป เมื่อกระดาษคำตอบมาถึงมือเหยียนยง มหาเสนาบดีผู้กุมอำนาจทั่วราชสำนัก ขณะนั้นเขากำลังหลับตาพักผ่อน
