ไม่นาน กำหนดสิบวันแรกก็มาถึง
เช้าตรู่วันนั้น ฉินฮ่าวหรานออกคำสั่งให้คนงานทั้งลานหยุดพักหนึ่งวัน เพื่อเตรียมพิธีมอบรางวัลและปูนบำเหน็จตามผลงาน
เขากำชับเฉินเหวินฮ่วน รองเจ้ากรม ให้ไปเชิญคณะงิ้วอี้หยางเชียงจากในเมืองมาเป็นพิเศษ ทั้งยังให้ตั้งเวทีบนลานว่างข้างสถานที่ก่อสร้าง และส่งคนไปซื้อหมูอ้วนสามตัวกับสุราดีหลายสิบไหจากตลาด เพื่อเลี้ยงฉลองแก่คนงานที่ได้รับรางวัล
ข่าวแพร่สะพัดไปทั่ว ลานก่อสร้างพลันคึกคักขึ้นมา
คนงานห้าพันคนทยอยออกมาจากเพิงพักแต่ละแห่ง ก่อนมารวมตัวกันบนลานว่างนอกเมือง
เมื่อฉินฮ่าวหรานมาถึง ผู้คนก็นั่งเต็มลานแล้ว
หวังเฉิงเอิน ผู้ว่าการมณฑล จัดเตรียมสถานที่ไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ กลางลานมีเวทีไม้สูงสามฉื่อ บนเวทีตั้งโต๊ะยาวตัวหนึ่ง บนโต๊ะวางพวงเหรียญทองแดงเรียงเป็นระเบียบ ข้างกันยังมีธงสีหลายผืน บนผืนธงปักอักษรว่า “แบบอย่างคนงานชลประทาน” และ “มุ่งมั่นก้าวหน้า”
ทั้งสองข้างเวทีตั้งม้านั่งยาวเรียงกันไว้ สำหรับหัวหน้ากลุ่มที่ได้รับรางวัลนั่ง ด้านหน้าเวทีมีหม้อใบใหญ่หลายใบกำลังเคี่ยวหมูพะโล้จนเดือดปุด ๆ ไอร้อนลอยกรุ่น กลิ่นหอมโชยไปไกล ทำให้คนไม่น้อยกลืนน้ำลายอึก ๆ
เมื่อเสียงตะโกนของมือปราบดังขึ้นว่า “ฝู่อิ่นมาถึงแล้ว!” ฉินฮ่าวหรานก็เดินออกมาจากหลังเวที ผู้คนเบื้องล่างพลันเงียบสงัด
“ทุกท่าน กำหนดงานสิบวันแรกสิ้นสุดลงแล้ว วันนี้เราจะตัดสินผลงานและมอบรางวัลต่อหน้าทุกคน ผู้ขยันขันแข็งย่อมได้รับบำเหน็จ ส่วนผู้เกียจคร้านจนทำให้งานเสียหาย ข้าก็จะลงโทษตามกฎเช่นกัน”
จากนั้นเขาพยักหน้าให้เจิ้งโส่วเชียน
เจิ้งโส่วเชียนประคองสมุดบันทึกเดินขึ้นเวที แล้วประกาศเสียงดังว่า
“การประเมินงานคราวนี้ คัดเลือกกลุ่มย่อยยอดเยี่ยมได้ห้าสิบกลุ่ม กลุ่มกลางยอดเยี่ยมห้ากลุ่ม และกลุ่มใหญ่ยอดเยี่ยมหนึ่งกลุ่ม บัดนี้จะเริ่มประกาศรายชื่อจากอันดับท้ายสุด แล้วมอบรางวัลตามลำดับ”
