ถนนไท่ผู่ซื่ออยู่ใกล้สำนักฮั่นหลินจริง ๆ เดินไปไม่ถึงสองเค่อ
เพื่อนบ้านละแวกนั้นล้วนเป็นขุนนางผู้ทรงคุณธรรม ต่อไปมาหาสู่กันก็สะดวก
ฐานะขุนนางเกษียณของซือเย่จ้าวก็เหมาะสม ไม่ชวนให้ผู้ใดครหา
กำลังคิดอยู่ พลันได้ยินคนเรียกตนว่า “ผู้เรียบเรียงฉิน?”
ฉินฮ่าวหรานเงยหน้า เห็นใต้เท้าซุน เจ้ากรมระดับหลางจงแห่งกรมพิธีการกำลังเดินมาจากฝั่งตรงข้าม ด้านหลังมีเสมียนถือเอกสารตามมาคนหนึ่ง
“ใต้เท้าซุน” ฉินฮ่าวหรานประสานมือคำนับอย่างเร่งร้อน
ซุนหลางจงเดินเข้ามาใกล้อีกสองสามก้าว ก่อนเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “ผู้เรียบเรียงฉินเพิ่งมาจากที่ใดหรือ? ข้าเห็นท่านเดินมาจากทางถนนไท่ผู่ซื่อ หรือว่า...”
ฉินฮ่าวหรานตอบตามจริงว่า “ข้าไปดูเรือนหลังหนึ่งมา ข้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง พักอยู่ในเรือนพักขุนนางมาโดยตลอด บัดนี้คิดหาที่พำนักถาวรสักแห่ง”
“อ้อ? เรือนหลังใดหรือ?” ซุนหลางจงถามอย่างสนใจ
“เรือนเก่าของซือเย่จ้าว ทางตะวันตกของถนนไท่ผู่ซื่อ”
ซุนหลางจงลูบเคราพลางพยักหน้า “เรือนของท่านผู้เฒ่าจ้าวหรือ...ข้ารู้จักที่นั่น ลานเรือนเป็นระเบียบ ต้นพุทรากับต้นเหมยล้วนดูแลด้วยมือของเขาเอง งดงามเรียบง่าย ท่านไปอยู่เรือนเก่าของเขาก็นับว่าเหมาะสม”
ฉินฮ่าวหรานถ่อมตนว่า “ยังมิได้ตกลงกัน เพียงไปดูเท่านั้น”
ทั้งสองสนทนาทักทายกันอีกสองสามประโยค ก่อนต่างฝ่ายต่างกล่าวลา
วันถัดมา ฉินฮ่าวหรานนำตั๋วเงินไปร้านนายหน้าซุ่นอี้
นายหน้าสกุลเฉินเกลี้ยกล่อมหลานชายของซือเย่จ้าวได้สำเร็จ ราคาตกลงกันที่ 620 ตำลึง ฉินฮ่าวหรานจ่ายเงินมัดจำ 100 ตำลึง ลงนามในสัญญาเบื้องต้น และตกลงว่าจะชำระเงินส่วนที่เหลือภายในสามวัน
นายหน้าสกุลเฉินยิ้มหน้าบาน เก็บสัญญาเบื้องต้นอย่างทะนุถนอม “ใต้เท้าฉินช่างตรงไปตรงมา! ข้าจะไปหาคุณชายรองสกุลจ้าว นำสัญญาฉบับจริงมาให้ท่าน ท่านวางใจได้ ทุกขั้นตอนข้าจะจัดการให้เรียบร้อย”
ฉินฮ่าวหรานชะงักเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง หลังซื้อเรือนแล้วต้องซ่อมแซมเล็กน้อย นายหน้าสกุลเฉินพอจะแนะนำช่างฝีมือที่ไว้ใจได้และคุ้นเคยกันหรือไม่?”
