ยามสนธยาของวันที่สาม ในที่สุดฉินฮ่าวหรานก็วางพู่กันในมือลง
เขาคัดข้อสอบฉบับชาดแผ่นสุดท้ายเสร็จแล้ว จึงอ่านทวนตั้งแต่ต้นจนจบ ทีละคำทีละประโยคอย่างเงียบ ๆ อีกครั้ง
ครั้นตรวจจนแน่ใจว่ารูปแบบถูกต้อง ไม่มีข้อผิดพลาดหรือตกหล่น ไม่มีอักษรต้องห้าม และลายมือเรียบร้อยประหนึ่งพิมพ์จากแม่พิมพ์ไม้ เขาจึงค่อยผ่อนลมหายใจยาว
การสอบรอบแรก ซึ่งมีบทความอธิบายหลักคัมภีร์สามบทเป็นหัวใจสำคัญ ในที่สุดก็สิ้นสุดลง
เส้นประสาทที่ขึงตึงต่อเนื่องมาสามวันเต็มค่อย ๆ คลายลงในยามนี้ ทว่าสิ่งที่ตามมาไม่ใช่ความเบิกบาน หากเป็นความอ่อนเปลี้ยราวกับหมดเรี่ยวแรง
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เสียงเคาะแผ่นไม้หยุนป่านซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าการสอบรอบแรกสิ้นสุดลง ก็ดังมาจากส่วนลึกของตรอกสอบ “กัง! กัง! กัง!”
จากนั้นเสียงทหารประจำสนามสอบก็ตะโกนขึ้นว่า “หมดเวลาแล้ว ผู้เข้าสอบหยุดเขียน เตรียมส่งกระดาษคำตอบ!”
ฉินฮ่าวหรานตั้งสติ แล้วเริ่มจัดข้อสอบตามขั้นตอนที่ฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนสอบ
เขาวางข้อสอบฉบับชาดซึ่งเป็นฉบับจริงของบทความอธิบายหลักคัมภีร์ทั้งสามบทซ้อนกับกระดาษร่างที่เกี่ยวข้อง แม้จะไม่ส่งให้ตรวจ แต่ต้องแนบไว้เพื่อให้ตรวจสอบได้ โดยเรียงตามลำดับอย่างเคร่งครัด ก่อนบรรจุลงในซองกระดาษหนาชนิดพิเศษ
บนซองพิมพ์ชื่อ ภูมิลำเนา และหมายเลขที่นั่งของเขาไว้เรียบร้อยแล้ว เขาใช้เชือกเส้นเล็กมัดปากซองให้แน่นหนา แล้วผูกเป็นปม
ไม่นานนัก เสมียนชั้นผู้น้อยผู้เก็บข้อสอบก็หิ้วตะกร้าสานไม้ไผ่ใบใหญ่ เดินเก็บข้อสอบไปตามห้องสอบทีละห้อง โดยมีทหารประจำสนามสอบติดตามมาด้วย
ฉินฮ่าวหรานยื่นซองด้วยสองมือ เสมียนผู้นั้นแทบไม่ชายตาขึ้นมอง รับซองไปกวาดตามองข้อมูลบนหน้าซองอย่างรวดเร็ว เทียบกับบัญชีรายชื่อในมือ แล้วโยนลงตะกร้าไม้ไผ่ด้านหลังตามอำเภอใจ
การส่งข้อสอบหาใช่จุดสิ้นสุดอันทุกข์ทรมานไม่
สิ่งที่ตามมาคือการจัดการถังขับถ่ายซึ่งอยู่เป็นเพื่อนเขามาตลอดสามวัน
