ยกมือขึ้นเล็กน้อย ส่งสัญญาณให้ขบวนด้านหลัง ขบวนจึงค่อย ๆ เคลื่อนออกไปตามถนนสายใหญ่ในเมืองหลวง มุ่งหน้าไปยังจวนสวี
เมื่อขบวนรับเจ้าสาวเคลื่อนผ่าน ถนนหนทางก็พลันคึกคักขึ้นทันตา
ยามเช้าอันแสนธรรมดา เมื่อชาวบ้านเห็นป้ายทองประกาศชื่อจอหงวนคนใหม่ตั้งขบวนนำทาง ทั้งยังได้ยินเสียงดนตรีมงคลกึกก้องทั่วฟ้า แลเห็นแพรแดงประดับอยู่ทั่วทุกแห่ง ก็รู้ทันทีว่าวันนี้ฉินฮ่าวหราน จอหงวนคนใหม่ จะเข้าพิธีวิวาห์ ต่างพากันหยุดยืนชม
ตามหัวมุมถนนและใต้ชายคาเบื้องหน้าบันได ผู้คนเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีที่ว่าง ผู้เฒ่าผู้เยาว์ต่างยืดคอมอง เสียงหัวเราะพูดคุยดังขึ้นสลับกันไม่ขาดสาย
“ดูเร็ว! จอหงวนคนใหม่มาแล้ว!”
“ช่างหล่อเหลาเสียจริง! ใบหน้าดุจหยกงาม ดวงตาสุกใสดุจดวงดาว เป็นบุรุษรูปงามที่หาได้ยากในโลก!”
“พอสวมชุดมงคลสีแดงชาดแล้ว งามเด่นยิ่งกว่าเทพเซียนในภาพเสียอีก!”
บรรดาสตรีและหญิงสาวสองข้างทางต่างเบียดกันอยู่ริมประตูและหน้าต่าง จับจ้องร่างสูงสง่าบนหลังม้า ซึ่งแลดูหล่อเหลาและสง่างามแบบบัณฑิต แต่ละคนมีแววชื่นชมอยู่ในดวงตา แก้มแดงระเรื่อ เผยความยินดีและความหลงใหลที่ซุกซ่อนไว้ไม่มิด
คนตระกูลฉินเตรียมถุงมงคลใส่ลูกกวาด ถั่วลิสง และลำไยไว้ล่วงหน้า แล้วโปรยไปสองข้างทาง
เหล่าเด็กน้อยวิ่งตามขบวนพลางกระโดดโลดเต้นส่งเสียงโห่ร้อง ต่างพากันเก็บถุงมงคลเพื่อรับไอสิริมงคลจากท่านจอหงวน
ฉินฮ่าวหรานนั่งบนหลังม้าอย่างสง่างาม แผ่นหลังมั่นคงดุจสนเขียว ใบหน้าอ่อนโยน บางครั้งก็พยักหน้าให้ชาวบ้านสองข้างทางเล็กน้อย
ท่วงท่าสงบนิ่งเช่นนี้ เมื่อประกอบกับชุดมงคลพระราชทานและหมวกดำประดับดอกทองคำ ก็ยิ่งเรียกเสียงชื่นชมจากผู้คนที่พบเห็น
ทุกคนต่างกล่าวว่า วันนี้ฉินจอหงวนเข้าพิธีรับเจ้าสาว จึงนับเป็นทั้งการมีชื่อบนประกาศทองและคืนวิวาห์ใต้แสงเทียน เรื่องน่ายินดีสองประการของชีวิตมนุษย์ได้มาครองพร้อมกัน
