จัดการมอบหมายเรื่องขนส่งของกลางและนักโทษให้เฉิงโส่วเจี๋ย ผู้ตรวจการเสียก่อน
“ท่านผู้ตรวจการเฉิง ของกลางกับนักโทษกลุ่มนี้ขอมอบให้ท่าน ระหว่างทางโปรดระมัดระวังให้มาก เมื่อถึงเมืองหลวงแล้วให้นำส่งกรมอาญาโดยตรง ไม่ต้องผ่านมือผู้อื่น” ฉินฮ่าวหรานยื่นหนังสือกำกับการขนส่งฉบับหนึ่งให้เขา
เฉิงโส่วเจี๋ยรับไว้ด้วยสองมือ เอ่ยอย่างหนักแน่นว่า “ใต้เท้าฉินโปรดวางใจ โส่วเจี๋ยจะไม่ทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายต้องเสียหายเป็นแน่”
ฉินฮ่าวหรานหันไปทางฉินเถี่ยหลี่กับฉินเหอวา “พวกเจ้าสองคน จงเดินทางไปพร้อมกับท่านผู้ตรวจการเฉิง”
ทั้งสองขานรับ
เมื่อสั่งการเรียบร้อย ฉินฮ่าวหรานก็พลิกกายขึ้นหลังม้า
ข้างกายมีเพียงฉินเหอวั่งกับองครักษ์ลับอีกสี่คน แต่ละคนมีม้าสองตัว เดินทางอย่างเรียบง่ายและคล่องตัว
หวงจิ่นยืนอยู่หน้าสถานีพักม้า มองพวกเขาเตรียมตัวออกเดินทางแล้วอดเอ่ยไม่ได้ว่า “ใต้เท้าฉิน ท่านไม่ขึ้นรถจริงหรือ? ขี่ม้าเดินทาง สิบสามวันกว่าจะถึงเมืองหลวง ร่างกายท่านจะรับไหวหรือ?”
ฉินฮ่าวหรานกระตุกบังเหียน “ถึงรับไม่ไหวก็ต้องฝืน พิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทในวันเหมายัน ข้าต้องอยู่ในพิธีแน่นอน ขันทีหวง แล้วพบกันที่เมืองหลวง”
หวงจิ่นประสานมือคำนับ “ระหว่างทางโปรดระวัง แล้วพบกันที่เมืองหลวง”
ฉินฮ่าวหรานหนีบท้องม้า ม้าสีน้ำตาลแดงส่งเสียงร้องยาว ก่อนทะยานควบไปทางเหนือด้วยกีบทั้งสี่ที่สับสลับกัน
ฉินเหอวั่งกับองครักษ์ลับทั้งสี่ตามติดไปเบื้องหลัง ม้าสิบสองตัวควบไปตามถนนหลวง ก่อฝุ่นเป็นทางยาว นาข้าวสองข้างทางเก็บเกี่ยวจนหมดแล้ว เหลือเพียงตอซังสูงถึงเข่าไหวสั่นอยู่ท่ามกลางลมหนาว ขุนเขาไกลออกไปถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาหม่น ราวกับภาพวาดหมึกที่สีซีดจาง
