ยามจัดเตรียมสินเดิม เฉินซื่อระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ยอมใส่ “ลูกแพร์” ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า “จากลา” หรือ “ร่ม” ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า “พลัดพราก” และสิ่งของอื่น ๆ ที่ถือว่าไม่เป็นมงคลลงไปเป็นอันขาด
กลับเตรียมพุทราแดง ถั่วลิสง ลำไย และเม็ดบัว ซึ่งสื่อความหมายว่า “ให้กำเนิดบุตรชายโดยเร็ว” ไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ห่อด้วยกระดาษแดงอย่างประณีต แล้วนำไปวางไว้ตรงมุมหีบสินเดิม พลางภาวนาเงียบ ๆ
พริบตาเดียวก็ถึงวันที่ 7 เดือนสิบสอง วันเร่งเตรียมสินเดิม ครอบครัวฝ่ายหญิงจัดเรียงและห่อหุ้มสินเดิมทุกชิ้นเรียบร้อย กระดาษแดงที่เขียนคำว่า “มงคล” ถูกแปะไว้บนสิ่งของทุกชิ้น ดูสดใสเป็นสิริมงคลยิ่งนัก
จากนั้นบุรุษร่างกำยำหลายคนในตระกูลก็ช่วยกันหามและแบก จัดเป็นขบวนส่งสินเดิมอันยิ่งใหญ่พอควร พวกเขาเป่าแตรตีกลองส่งเสียงครึกครื้น มุ่งหน้าไปยังบ้านสกุลหลี่ในตัวเมืองก่อน
ฝ่ายชายต้องทำความสะอาดเรือนหอไว้ล่วงหน้า จัดวางสินเดิมเหล่านี้ให้เป็นระเบียบ เพื่อรอรับเจ้าสาว
วันนั้นอาหลิงแทบไม่ได้ออกจากบ้าน ครั้นยามเย็น ป้าฉินสามซึ่งได้รับเชิญจากคนในหมู่บ้านและเป็น “สตรีครบสุข” ผู้มีบิดามารดาอยู่พร้อมหน้า สามีภรรยาปรองดอง บุตรธิดาครบถ้วน ก็จัดพิธี “หวีผม” อันเคร่งขรึมให้นาง
ป้าฉินสามถือหวีไม้ท้ออันใหม่เอี่ยม ค่อย ๆ หวีเส้นผมดำขลับยาวสลวยของอาหลิง พลางเอ่ยถ้อยคำมงคลที่สืบทอดกันมาไม่รู้กี่ชั่วคนด้วยน้ำเสียงเป็นจังหวะว่า “หวีครั้งแรก หวีจรดปลายผม ครองคู่เคียงกันดุจยกถ้วยเสมอคิ้ว หวีครั้งที่สอง หวีจรดปลายผม ครองรักเคียงคู่ดุจนกบินเคียงกัน หวีครั้งที่สาม หวีจรดปลายผม ผูกใจสมัครรักมั่นชั่วนิรันดร์ หวีอีกครั้ง หวีจรดปลายผม ให้ลูกหลานเต็มเรือน สุขสวัสดิ์สืบไป...”
