นอกศาลบรรพชน ประทัดที่เตรียมไว้ล่วงหน้าถูกจุดขึ้นพร้อมกัน
เมื่อเสียงประทัดสงบลง ฉินโส่วเย่ประกาศต่อหน้าทุกคนว่า จะบันทึกเรื่องที่ฉินฮ่าวหรานสอบได้จอหงวนลงใน《ทำเนียบตระกูลฉิน》แยกไว้หนึ่งหน้าโดยเฉพาะ ให้ท่านอาสามฉินคัดด้วยลายมือตนเอง เพื่อสืบทอดต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน
ทั้งยังจัดสรรที่นาจากที่นาของตระกูล 20 หมู่ ให้เป็นนาจอหงวน รายได้จากค่าเช่าจะนำไปสนับสนุนการศึกษาแก่บุตรหลานยากจนในตระกูลโดยเฉพาะ
นายอำเภอหลี่กวนไห่กล่าวแสดงความยินดีว่า “ผู้นำตระกูลฉิน ตามธรรมเนียมแห่งต้าเยว่ เมื่อมีผู้สอบได้จอหงวน ทางการท้องถิ่นย่อมต้องมอบของแสดงความยินดี”
ฉินโส่วเย่รีบประสานมือค้อมกาย “ใต้เท้านายอำเภอเกรงใจเกินไปแล้ว ใต้เท้าเจ้าเมืองอุตส่าห์มาด้วยตนเอง นับเป็นพระเมตตาจากเบื้องบน ข้าจะกล้ารบกวนให้ที่ว่าการอำเภอต้องสิ้นเปลืองอีกได้อย่างไร”
“นี่มิใช่การสิ้นเปลือง หากเป็นธรรมเนียมที่พึงปฏิบัติ”
หลี่กวนไห่ยกมือส่งสัญญาณ นายอำเภอรองจึงก้าวออกมาทันที คลี่รายการของขวัญบนกระดาษแดงออก แล้วขานเสียงดังว่า
“ของแสดงความยินดีจากที่ว่าการอำเภอจิ่งหลิง แด่คุณชายฉินฮ่าวหราน ผู้สอบได้จอหงวนคนใหม่—”
“ป้ายไม้พื้นแดงชาดลงรักทอง จารึกว่า ‘สอบได้จอหงวน’ หนึ่งแผ่น!”
มือปราบสี่คนหามป้ายแผ่นหนึ่งเดินเข้าไปในศาลบรรพชน
ป้ายนี้เล็กกว่าแผ่นที่เจ้าเมืองมอบให้เล็กน้อย ทว่าฝีมือประณีต ขอบป้ายสลักลายเมฆและภาพปลาหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกร
ที่พิเศษที่สุดคือ มุมขวาล่างของป้ายมีอักษรตัวเล็กหนึ่งแถวว่า “ที่ว่าการอำเภอจิ่งหลิงขอแสดงความยินดี เดือนสี่ ปีที่เก้าแห่งเทียนเฟิ่ง”
ฉินโส่วเย่นำคนในตระกูลคำนับรับไว้
“ผ้าแพรหลวงสี่พับ!”
มือปราบอีกสองคนนำผ้าแพรคนละสองพับเข้ามา แต่ละคนประคองไว้ในมือ
ผ้าแพรเหล่านั้นผูกด้วยแพรแดง พับหนึ่งเป็นผ้าลายเมฆสีเขียวเข้ม พับหนึ่งเป็นผ้าลายดอกซ่อนสีครามเข้ม พับหนึ่งเป็นผ้าสีดำเรียบ และอีกพับเป็นผ้าลายดอกประดับสีแดงชาด
