ฉินเต๋อชางและฉินหย่วนซานสะท้านไปทั้งร่าง ราวกับได้รับน้ำทิพย์ชโลมใจ พลันสงบลงในทันใด ใช่แล้ว พวกเขาเกือบถูกหนทางทำเงินที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันทำให้หน้ามืดตามัว จนลืมเรื่องสำคัญที่สุดไปเสียแล้ว! ฮ่าวหรานเป็นต้นกล้าชั้นดีในการร่ำเรียน เป็นความหวังที่อาจนำพาตระกูลฉินก้าวข้ามประตูมังกรในภายหน้า ทั้งยังเป็นเกียรติและความคาดหวังของคนทั้งตระกูล จะปล่อยให้เขาเสียเวลาไปกับเรื่องนอกรีตเช่นนี้ ทั้งงานเพาะปลูกและการค้าได้อย่างไร? หากทำให้เส้นทางสอบขุนนางอันถูกต้องล่าช้า นั่นจึงจะเป็นการเสียเรื่องใหญ่เพราะเรื่องเล็ก ต่อให้ตายหมื่นครั้งก็ยากชดใช้!
“ท่านอาจารย์อบรมสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว! ข้าน้อยเข้าใจแล้ว!” ทั้งสองกล่าวขึ้นพร้อมกัน น้ำเสียงหนักแน่นยิ่งนัก เปี่ยมด้วยความหวาดหวั่นและมุ่งมั่นหลังตระหนักรู้ในฉับพลัน
ฉินเต๋อชางยิ่งก้าวเข้าไปข้างหน้าอย่างเร่งร้อน ประสานมือค้อมกายแสดงความตั้งใจ น้ำเสียงเร่งร้อนและจริงใจ ราวกับต้องการชดเชยความผิดพลาดเมื่อครู่นี้ในทันที “ท่านอาจารย์โปรดวางใจ! เมื่อกลับไปแล้ว ข้าน้อยจะกำชับคนในตระกูลให้เข้มงวด มิให้เรื่องจิปาถะใด ๆ รบกวนฮ่าวหรานร่ำเรียน!
เรื่องเพาะเลี้ยงสัตว์นี้ ให้พวกเราคนหยาบกระด้างจัดการก็พอแล้ว มิกล้ารบกวนให้ฮ่าวหรานต้องแบ่งสมาธิอีก หากมีคนในตระกูลผู้ใดกล้าไปตามฮ่าวหรานเพราะเรื่องนี้ ข้าน้อยจะไม่ยอมละเว้นเป็นคนแรก”
ฉินหย่วนซานรีบกล่าวรับรองตามมาติด ๆ ใบหน้าคล้ำแดดเต็มไปด้วยความจริงจัง “ใช่ ๆ ๆ! ท่านอาจารย์กล่าวถูกต้องแล้ว! ฮ่าวหรานจงตั้งใจร่ำเรียนอย่างสบายใจเถิด! ทางบ้านและทางตระกูลจะจัดเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดให้เขา ทั้งพู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึก เสื้อผ้าสี่ฤดูกาล อาหารการกินก็จะจัดให้จนเพียงพอ ไม่มีทางให้ฮ่าวหรานต้องกังวลเรื่องใดแม้แต่น้อย! ฮ่าวหรานคือความหวังของตระกูลฉินในภายหน้า!” ถ้อยคำเรียบง่าย ทว่าหนักแน่นดุจค้อนตอกตะปู เป็นตัวแทนความศรัทธาอันแรงกล้าของชาวนาสามัญที่มีต่อการศึกษาและการเป็นขุนนาง
