เช่นนั้นก็ส่งคนหกคนติดตามเจ้าไป! ผู้คุ้มกันสี่คน และชายหนุ่มอีกสองคนที่เฉลียวฉลาดหน่อย คอยติดตามรับใช้และเรียนรู้งาน ระหว่างทางจะได้คุ้มครองเจ้าให้ปลอดภัย ทั้งยังได้เปิดหูเปิดตา วันหน้าบางทีอาจช่วยเหลือคนในตระกูลได้”
ฉินฮ่าวหรานได้ยินดังนั้นก็รีบโบกมือ “ท่านอาฉินโส่วเย่ ท่านอาผู้เฒ่า ไม่ได้เป็นอันขาด! การเดินทางไปศึกษาที่สำนักศึกษาหลวงหนานเจี้ยนั้นมีจุดประสงค์เพื่อร่ำเรียน มิใช่ท่องเที่ยว หากพาคนไปมากเกินไปกลับเป็นที่สะดุดตา อาจนำปัญหาที่ไม่จำเป็นมาให้ ทั้งยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเปล่า ๆ มีเพียงพี่เหอวั่งติดตามข้าก็เพียงพอแล้ว ฝีมือเขาดี ทั้งยังเฉลียวฉลาด หากคนในตระกูลยังไม่วางใจ อย่างมากก็เพิ่มคนอีกหนึ่งหรือสองคน”
ฉินเต๋อชางกับฉินโส่วเย่มองหน้ากัน ต่างรู้ว่าฉินฮ่าวหรานกล่าวมีเหตุผล
บัณฑิตเดินทางศึกษาหาความรู้ โดยมีบ่าวไพร่ติดตามเป็นพรวนเช่นนั้น ย่อมเป็นท่าทีของพวกลูกหลานผู้มั่งคั่ง กลับจะดึงดูดสายตาผู้คนเสียเปล่า
หลังหารือกันอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตกลงกันว่า นอกจากฉินเหอวั่งแล้ว ให้ฉินเถี่ยหลี่กับฉินเหอวาติดตามไปด้วย ทั้งสองล้วนเป็นสหายเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก
วันถัดมา ฉินอันเหอ ผู้ดูแลหอสุราในตัวเมือง ส่งคนมาบอกข่าวว่า นายอำเภอโจวทราบว่าฉินฮ่าวหรานกลับบ้านเกิดแล้ว จึงจัดงานเลี้ยงภายในจวนเป็นพิเศษ เพื่อเชิญเขาไปพบปะ
วันรุ่งขึ้น ฉินฮ่าวหรานพาฉินเหอวั่ง ฉินเหอวา และฉินเถี่ยหลี่เดินทางเข้าเมือง
ระหว่างทาง ฉินฮ่าวหรานนำของขวัญไปคารวะท่านอาจารย์หลี่ที่ตำบลก่อน แล้วเล่าให้ฟังว่าหลี่ซงเหยาก้าวหน้าในสำนักศึกษาอย่างรวดเร็ว การสอบระดับสำนักศึกษาครั้งหน้ามีโอกาสสูงที่จะได้เป็นซิ่วไฉ
หลังสนทนากันอยู่ราวหนึ่งชั่วยาม ฉินฮ่าวหรานปฏิเสธคำเชิญให้อยู่รับประทานอาหารของท่านอาจารย์อย่างสุภาพ ก่อนออกเดินทางต่อไปยังตัวอำเภอ
นายอำเภอโจวไม่ได้พบฮ่าวหรานที่ว่าการอำเภอ แต่จัดงานเลี้ยงส่วนตัวขึ้นในห้องโถงดอกไม้เล็ก ๆ อันงดงามแห่งหนึ่งในเขตด้านหลัง มีเพียงนายอำเภอโจว ที่ปรึกษา และฉินฮ่าวหรานสามคนเท่านั้น
