ฉากที่สอง: พิธีคารวะเครื่องเขียน — รำลึกถึงความสำเร็จ
ผู้ประกอบพิธีประกาศว่า “คารวะเครื่องเขียน—”
ผู้ช่วยประกอบพิธีสองคนยกถาดไม้ที่วางเครื่องเขียนทั้งสี่อย่าง จากโต๊ะเครื่องเซ่นรองไปวางทางซ้ายของโต๊ะเครื่องเซ่นหลัก จัดวางให้ทำมุมกับป้ายบรรพชน เป็นสัญลักษณ์ว่าเครื่องมือเหล่านี้มีส่วนช่วยเกื้อหนุนให้ประสบความสำเร็จในการสอบและได้ชื่อเสียง
ฉินฮ่าวหรานก้าวออกมาหนึ่งก้าว ยืนอยู่เบื้องหน้าถาดไม้ กวาดตามองพู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึก สีหน้าจดจ่อ
ฉินฮ่าวหรานหยิบพู่กันด้ามที่ผูกเชือกแดงขึ้นมา หันหน้าไปทางป้ายบรรพชนและเครื่องเขียนทั้งสี่อย่าง ก่อนกล่าวเสียงกังวานว่า
“พู่กันด้ามนี้ใช้เขียนถ้อยคำพันคำ หมึกนี้กลั่นความคิดผ่านราตรีนับร้อย กระดาษนี้รองรับข้อสอบ แท่นฝนหมึกนี้ช่วยฝนหมึกให้สำเร็จการงาน อาศัยบารมีบรรพชนคุ้มครอง และแรงเกื้อหนุนจากเครื่องมือเหล่านี้ จึงมีความสำเร็จในวันนี้ ข้าขอจุดธูปด้วยใจจริง แล้วคำนับขอบคุณ!”
กล่าวจบ เขาวางพู่กันกลับลงบนถาดดังเดิม จากนั้นคุกเข่าหนึ่งครั้งและโขกศีรษะสามครั้ง แม้ท่วงท่าจะเบากว่าการคำนับบรรพชนอยู่บ้าง ทว่าความซาบซึ้งต่อ “สหายผู้ภักดีซึ่งไม่เอ่ยวาจา” กลับเผยชัดอย่างไม่อาจปิดบัง แสดงให้เห็นแก่นแท้ของธรรมเนียมโบราณที่ให้เกียรติเครื่องมือโดยไม่ล่วงเกินบรรพชน
ท่านอาจารย์หลี่ก้าวออกมาอีกครั้ง ถือคำอวยพรสำหรับพิธีคารวะเครื่องเขียนขึ้นอ่านว่า
“พู่กัน แท่นฝนหมึก กระดาษ และหมึกเหล่านี้ ล้วนช่วยเหลือยามเข้าสอบ นับเป็นผู้ช่วยชั้นดีให้การงานสำเร็จ บัดนี้ขอนำมาถวายในศาลบรรพชน ให้ร่วมรับเครื่องหอมกับบรรพชน ขอให้สายธารแห่งการศึกษาสืบทอดยาวนาน มีบัณฑิตผุดพรายรุ่นแล้วรุ่นเล่า ขอเชิญเสวยเครื่องเซ่น!”
เมื่ออ่านจบ เขารวบรวมเถ้าคำอวยพรฉบับนี้และฉบับที่ใช้ในพิธีเซ่นไหว้บรรพชนก่อนหน้าอย่างระมัดระวัง เตรียมนำไปฝังใต้ต้นซิ่งทางทิศตะวันออกของศาลบรรพชนหลังพิธี เพื่อสื่อถึงสายธารแห่งการศึกษาที่หยั่งรากลึกและเติบโตแข็งแรงดุจต้นไม้ เจริญรุ่งเรืองไม่เสื่อมคลาย
