พวกเขาทำไร่ทำนาสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ยึดถือคติว่า “ทรัพย์ไม่ควรเผยให้ผู้อื่นเห็น” และ “คนกลัวมีชื่อเสียง หมูกลัวอ้วนพี” ไม่เคยคิดเลยว่า สำหรับบุตรหลานตระกูลยากจนที่ไม่มีสิ่งใดติดตัว การ “กล้าให้ผู้คนรู้จัก” และ “กล้าแสดงความสามารถ” จะเป็นกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดและความก้าวหน้าที่สำคัญยิ่งถึงเพียงนี้
ทั้งสองสบตากัน ราวกับประตูสู่โลกใบใหม่กำลังค่อย ๆ เปิดออกตามถ้อยคำของอาจารย์
ส่วนฉินฮ่าวหรานรู้สึกราวกับมีสายฟ้าฟาดลงในห้วงความคิด พลันกระจ่างแจ้งขึ้นมา! ก่อนหน้านี้แม้จะเข้าใจว่าต้องสร้างชื่อเสียง และยินดีทำตามการจัดการของนายอำเภอหลิ่ว ทว่าลึก ๆ ในใจยังได้รับอิทธิพลจากแนวคิดในชาติก่อนที่ว่า การวางตนอย่างถ่อมตนและความอ่อนน้อมเป็นคุณธรรม จึงอดกังวลอยู่บ้างไม่ได้ กลัวว่าการแสดงความโดดเด่นเกินไปจะนำพาปัญหาและความริษยาโดยไม่จำเป็นมาให้
บัดนี้ เมื่อได้รับคำชี้แนะจากท่านอาจารย์หลี่ ซึ่งผสานเข้ากับสภาพสังคมและชี้ตรงถึงแก่น เขาจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ในยุคสมัยที่ลำดับชนชั้นเข้มงวดและทรัพยากรถูกจัดสรรอย่างไม่เท่าเทียม ผู้มีชาติกำเนิดเช่นเขาจะต้องกล้า “แสดงฝีมือ” และรู้จัก “แสดงฝีมือ” ให้เป็น นี่คือความสามารถอันสำคัญยิ่งและกลยุทธ์ที่ขาดไม่ได้! นี่มิใช่การโอ้อวด หากเป็นหนทางจำเป็นในการช่วงชิงพื้นที่เพื่อความอยู่รอดและความก้าวหน้า!
ฉินฮ่าวหรานประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม แม้เสียงจะเบา แต่ก็กล่าวว่า “ศิษย์...เข้าใจแล้ว!”
ครานี้ แววตาของฉินฮ่าวหรานใสกระจ่างดุจสายน้ำ ไร้ซึ่งความสับสนและลังเล เหลือเพียงความมุ่งมั่นแน่วแน่และความฮึกเหิมที่พร้อมจะลอง
