ความปีติยินดีที่สอบได้อันดับหนึ่งแห่งอำเภอเปรียบดั่งสุราแรง ดื่มเข้าไปแรก ๆ ย่อมทำให้มึนเมา ทว่าหลังผ่านไปหนึ่งคืน จิตใจของฉินฮ่าวหรานก็ค่อย ๆ สงบลง
หลังพักผ่อนอยู่ในโรงเตี๊ยมหนึ่งวัน ทุกคนกำลังเตรียมเก็บสัมภาระกลับหมู่บ้านหลิวถัง เพื่อแจ้งข่าวดีครั้งใหญ่นี้แก่คนในตระกูลและอาจารย์ด้วยตนเอง จู่ ๆ ประตูห้องพักก็ถูกเคาะ ฉินหย่วนซานเปิดประตูออกดู ก็พบว่ามีเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการอำเภอสองคนสวมชุดสีดำยืนอยู่ ท่าทีของพวกเขานับว่าสุภาพอยู่บ้าง
เจ้าหน้าที่คนที่เป็นหัวหน้าประสานมือคำนับแล้วกล่าวว่า “ท่านใดคือฉินฮ่าวหราน ผู้สอบได้อันดับหนึ่งขอรับ? นายอำเภอมีบัญชาเชิญ”
ทั้งสามคนในห้องต่างตกตะลึง ฉินเต๋อชางกับฉินหย่วนซานมีแววกังวลพาดผ่านใบหน้าทันที ทั้งคู่เผลอก้าวไปยืนขวางฉินฮ่าวหรานไว้โดยไม่รู้ตัว
ฉินฮ่าวหรานเองก็ครุ่นคิดว่องไว ทว่ายังคงรักษาความสงบนิ่งไว้บนใบหน้า เขาก้าวไปข้างหน้า ค้อมกายคำนับ “ข้าน้อยคือฉินฮ่าวหราน ไม่ทราบว่านายอำเภอเรียกพบด้วยเรื่องใดหรือขอรับ?”
เจ้าหน้าที่ผู้นั้นยิ้มเล็กน้อย “คุณชายเล็กอย่าได้ตื่นตระหนก เป็นเรื่องดี นายอำเภอเพียงอยากพบผู้สอบได้อันดับหนึ่งที่อายุน้อยที่สุดในอำเภอจิ่งหลิง เชิญตามพวกเราไปเถิด”
ฉินเต๋อชางกับฉินหย่วนซานไม่วางใจ อยากติดตามไปด้วย ทว่าถูกเจ้าหน้าที่ขวางไว้ “ทั้งสองท่านโปรดรออยู่ที่โรงเตี๊ยม หรือจะตามพวกเราไปดื่มชาที่ห้องรับรองด้านข้างของที่ว่าการก็ได้ นายอำเภอเรียกพบเพียงคุณชายฉินคนเดียว”
เมื่อทำอะไรไม่ได้ ฉินเต๋อชางกับฉินหย่วนซานจึงได้แต่ติดตามเจ้าหน้าที่ไปยังที่ว่าการอำเภอด้วยความกระสับกระส่าย ทั้งสองถูกจัดให้นั่งดื่มชาในห้องรับรองด้านข้าง ทว่ารสชาติของชานั้นเป็นเช่นไร พวกเขากลับไม่อาจลิ้มรสได้เลย จิตใจลอยไปถึงโถงด้านในหมดแล้ว
ส่วนฉินฮ่าวหรานถูกนำทางผ่านประตูหลายชั้น จนมาถึงห้องหนังสือของหลิ่วเหวินเซียว นายอำเภอหลิ่ว ภายในห้องจัดวางอย่างเรียบหรู มีชั้นหนังสือตั้งเรียงราย กลิ่นไม้จันทน์กับกลิ่นหมึกจาง ๆ อบอวลอยู่ในอากาศ
