ฉินฮ่าวหรานเดินสำรวจรอบห้อง ยกมือแตะม่านเตียง แล้วมองเครื่องเขียนทั้งสี่อย่างบนโต๊ะ ก่อนเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า
“นายอำเภอจางใส่ใจยิ่งนัก การจัดวางข้าวของในห้องนี้ประณีตกว่าโรงพักม้าในเมืองหลวงเสียอีก เพียงแต่หมึกแท่งนี้เป็นหมึกเขม่าน้ำมันชั้นเลิศของเฉิงจวินฝางแห่งฮุยโจว หนึ่งแท่งคงมีราคาอย่างน้อยสองตำลึงเงินกระมัง?” ขณะกล่าว สายตาก็จับจ้องใบหน้าจางปิ่งเฉิน
รอยยิ้มบนใบหน้าจางปิ่งเฉินแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวว่า “ใต้เท้าช่างตาแหลมนัก เป็นเพียงของเล็กน้อย มิอาจนับเป็นของกำนัลอันใด ถือเสียว่าข้าน้อยแสดงน้ำใจต่อใต้เท้า”
ฉินฮ่าวหรานส่ายหน้า สีหน้าอ่อนโยนแต่หนักแน่น “น้ำใจของนายอำเภอจาง ข้ารับทราบแล้ว เพียงแต่ตามระเบียบราชสำนัก เมื่อขุนนางเดินทางผ่าน ที่พักม้าต้องจัดเตรียมสิ่งของตามข้อกำหนด หมึกแท่งนี้ข้าใช้ไม่ได้ หากนายอำเภอจางไม่รังเกียจ เปลี่ยนเป็นหมึกสนธรรมดาสักแท่งก็พอ ข้าเป็นบัณฑิต ใช้หมึกชนิดนั้นจนชินแล้ว”
จางปิ่งเฉินชะงักไป ใบหน้าเปลี่ยนเป็นทั้งเคารพทั้งละอาย ก่อนจะพยักหน้ารัว ๆ “เป็นข้าน้อยคิดไม่รอบคอบ ใต้เท้าซื่อตรงสุจริต ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่งนัก”
เขารีบเรียกผู้ดูแลที่พักม้าเข้ามา เก็บหมึกเลื่องชื่อสองแท่งนั้นไป แล้วเปลี่ยนเป็นหมึกสนธรรมดาหนึ่งแท่ง
เมื่อจางปิ่งเฉินกล่าวลาและออกจากห้องไป ภายในห้องก็เหลือเพียงฉินฮ่าวหรานคนเดียว
เขาเดินไปยังหน้าต่าง กำลังครุ่นคิดเรื่องบางอย่างอยู่ พลันได้ยินเสียงเคาะประตูแผ่วเบาจากด้านนอก
“ใต้เท้าฉิน เป็นข้าน้อยเอง”
ฉินฮ่าวหรานเปิดประตู หลี่หงถือถาดใบหนึ่งเดินเข้ามา บนถาดมีขนมสองจานกับชาร้อนหนึ่งกา
