หัวหน้าหมู่บ้านหลายคนต่างออกความเห็น บ้างเห็นด้วยกับแนวทางนี้ บ้างเห็นด้วยกับแนวทางนั้น ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ไม่มีผู้ใดโน้มน้าวอีกฝ่ายได้
ฉินโส่วเย่ฟังแล้วขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ยังตัดสินใจไม่ได้
ฉินฮ่าวหรานไม่กล่าวสิ่งใด เอาแต่นั่งฟังเงียบ ๆ กระทั่งเสียงของทุกคนค่อย ๆ เบาลง จึงเอ่ยขึ้นว่า
“ถ้อยคำของท่านอาทั้งหลายล้วนมีเหตุผล ทุกท่านต่างวางแผนเพื่ออนาคตของตระกูลฉิน
‘เหวิน หมิง จี้ ซื่อ’ ยึดถือแนวทางสืบทอดวงศ์ตระกูลด้วยการทำนาและเล่าเรียน ให้สายธารแห่งวรรณศิลป์ไม่ขาดสาย
‘จง โฮ่ว เหยียน เหนียน’ ยึดมั่นในหลักการประพฤติตนและดำเนินชีวิต โดยมีเมตตากรุณาเป็นรากฐาน
‘ซือ ซู ฉวน เจีย’ สืบทอดคำสอนเรื่องธรรมเนียมประจำตระกูลอันเที่ยงตรง รู้จักมารยาทและหลักคุณธรรม
‘ซิง ปัง ลี่ เย่’ แสดงถึงปณิธานที่ห่วงใยบ้านเมือง มุ่งมั่นลงมือทำและก้าวหน้าอย่างแท้จริง แผนลำดับอักษรประจำรุ่นทั้งสี่ชุดล้วนมีความหมายลึกซึ้ง และเป็นตัวเลือกชั้นเลิศทั้งสิ้น”
ฉินฮ่าวหรานเห็นทุกคนในที่ประชุมตั้งใจฟัง ไม่มีผู้ใดแทรกขึ้นมา จึงประสานมือแล้วกล่าวต่อ
“แต่ฮ่าวหรานเห็นว่า การกำหนดลำดับอักษรประจำรุ่นมิใช่เพียงคำนึงถึงเรื่องเฉพาะหน้า หากต้องมองการณ์ไกลไปถึงลูกหลานในภายภาคหน้า
คนรุ่นหนึ่งใช้หนึ่งอักษร สี่อักษรก็เท่ากับสี่ชั่วคน ลำดับอักษรประจำรุ่นหนึ่งชุดย่อมสืบทอดกันไม่น้อยกว่าร้อยปี
ตลอดช่วงเวลายาวนานนับร้อยปีนี้ ลูกหลานตระกูลฉินจะเพิ่มพูน สายตระกูลจะแผ่ขยาย ภายหน้าจะมีบุคคลเช่นไรปรากฏขึ้น หรือจะเลือกเส้นทางใด ไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ทั้งหมด
ดังนั้น ความหมายของลำดับอักษรประจำรุ่นจึงต้องไม่คับแคบจนเกินไป และไม่ควรยึดติดกับแนวทางใดแนวทางหนึ่ง
การอ่านตำราเล่าเรียนและแสวงหาชื่อเสียงจากการสอบ ย่อมเป็นหนทางสร้างเกียรติให้บรรพชน ทว่าหากลูกหลานรุ่นหลังไม่ถนัดทางหนังสือ แต่ตั้งใจทำนา หรือขยันขันแข็งทำการค้าและรักษาครอบครัวอย่างเที่ยงธรรม หรือเข้ารับราชการโดยห่วงใยราษฎร ตราบใดที่ประพฤติตนถูกต้อง เดินบนหนทางอันชอบธรรม ล้วนเป็นลูกหลานที่ดีของตระกูลฉิน
