ขันทีผู้ดูแลเมืองเป็นขุนนางที่ราชสำนักส่งมาประจำหนานจิง มีอำนาจควบคุมกิจการทหารในหนานจื๋อลี่ ทั้งยังมีฐานะสูงส่งและอำนาจล้นฟ้า
ฉินฮ่าวหรานพลันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งกาย
เรื่องราวเริ่มดำเนินไปสู่ห้วงลึกที่มิอาจควบคุมได้ คืนนั้นเขาจึงสั่งหยุดวางเหรียญทองแดงและกระดาษคำสั่งชุดใหม่ไว้ตามจุดต่าง ๆ ทั้งหมด
ทว่าข่าวลือที่แพร่กระจายออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป ยังคงไหลบ่าอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
วันที่สี่ เขาได้ยินบัณฑิตหลายคนซึ่งสวมผ้าโพกศีรษะทรงสี่เหลี่ยม ดูคล้ายซิ่วไฉ รวมกลุ่มพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นอยู่หน้าวัดฟูจื่อ
“...ได้ยินหรือไม่? ร้านนายหน้าซุ่นฟาแห่งนั้นมิใช่แค่หลอกเอาเงินเท่านั้น! ยังพัวพันกับคดีฆาตกรรมร้ายแรงอีกด้วย!
“เมื่อสองปีก่อน มีพ่อค้าจากซานตงคนหนึ่งหอบทรัพย์สินทั้งหมดมาหาที่ตั้งหลักในหนานจิง กลับถูกเจ้าร้านนายหน้าหลอกเอาเงินไปจนหมด ทั้งยังเป็นหนี้ก้อนโต ครอบครัวห้าคน สามีภรรยากับลูกอีกสามคน หมดหนทางถึงขั้นพากันกระโดดลงทะเลสาบเสวียนอู่! ครั้นงมศพขึ้นมา สภาพชวนสังเวชจนมิอาจทนมองได้ ในมือของผู้เป็นบิดายังกำสัญญากู้ยืมที่ร้านนายหน้าทำไว้แน่นไม่คลาย!”
ฉินฮ่าวหรานฟังแล้วหนังศีรษะชาหนึบ เหงื่อเย็นซึมทั่วแผ่นหลัง
ข่าวลือที่เขากุขึ้นในตอนแรกมีเพียงข้อกล่าวหาคลุมเครือว่าบีบคั้นให้คนยากจนสละชีวิต แล้วเรื่องราวครอบครัวห้าคนกระโดดทะเลสาบที่มีรายละเอียดชัดเจนเช่นนี้มาเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด?
ทั้งเวลา สถานที่ จำนวนคน และรายละเอียดล้วนมีครบ ดูท่าจะมีอำนาจฝ่ายอื่นลงมือแล้ว
เมื่อป้ายชื่อขันทีผู้ดูแลเมืองระดับสูงสุดถูกแปะลงไป พลังและแรงดึงดูดของเรื่องราวก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ถึงวันที่ห้า เรื่องเล่าที่เขาได้ยินก็ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ พิสดารจนทำให้ใจสั่นระรัว
ร้านนายหน้าซุ่นฟาเป็นแหล่งเงินนอกวังของขันทีผู้ดูแลเมือง คอยหาผลประโยชน์ให้ขันที ทั้งยังพัวพันกับคดีใหญ่หลายคดี ทั้งยึดทรัพย์ชาวบ้านโดยมิชอบ บีบคนจนตาย และลักลอบค้าของต้องห้าม ตั้งแต่นายอำเภอไปจนถึงเสมียนชั้นผู้น้อยในที่ว่าการอำเภอซ่างหยวนล้วนถูกซื้อตัว เป็นพวกเดียวกัน สร้างเครือข่ายคุ้มครองขึ้นมา...
