ฉินฮ่าวหรานมองตั๋วเงินกองเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งเป็นตัวแทนของทรัพย์สมบัติมหาศาล แม้จิตใจจะสุขุมมั่นคงเพียงใด ยามนี้ก็ยังยากจะข่มความตื่นเต้นในใจได้ทั้งหมด
เงินสี่ร้อยยี่สิบตำลึง สำหรับบุตรชาวนาผู้มีชาติกำเนิดยากจน นับเป็นเงินก้อนโตอย่างไม่ต้องสงสัย!
นิ้วมืออดลูบไล้ตั๋วเงินไม่ได้ ความยินดีฉายชัดออกมาทางสีหน้า “ขอบคุณเถ้าแก่ซุน! ขอบคุณอาจารย์ผู้สอนหวัง และอาจารย์ทุกท่าน!”
แม้อาจารย์ผู้สอนหวังกับอาจารย์อีกหลายท่านจะพบเห็นโลกกว้างมามาก แต่การที่สำนักศึกษาประจำเมืองได้รับเงินก้อนโตเช่นนี้ในคราวเดียวก็นับเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์
นั่นหมายความว่าพวกเขาหลายคนจะได้รับส่วนแบ่งไม่น้อยเช่นกัน...
เถ้าแก่ซุนฉวยโอกาสขณะที่ทุกคนกำลังยินดี เอ่ยเชื้อเชิญอย่างใจกว้างว่า “วันนี้ข้าเป็นเจ้ามือ ได้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ไว้ที่หอเจียงฮั่นแล้ว ขอเชิญอาจารย์ผู้สอนหวัง อาจารย์ทุกท่าน และคุณชายฉิน โปรดให้เกียรติมาร่วมงานด้วย! ประการแรกเพื่อฉลองความสำเร็จอันงดงามของความร่วมมือครั้งนี้ ประการที่สองก็เพื่ออวยพรให้สำนักศึกษาประจำเมืองสร้างผลงานยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นในปีหน้า และให้คุณชายฉินสอบผ่านสนามสอบต่อเนื่อง!”
ทุกคนกำลังอยู่ในห้วงยินดีที่ได้รับผลตอบแทน เมื่อได้ยินเช่นนั้นต่างก็ยิ้มรับคำเชื้อเชิญ
อาจารย์ผู้สอนหวังลูบเคราพลางพยักหน้า “เถ้าแก่ซุนมีน้ำใจยิ่ง งานเลี้ยงที่ท่านจัดให้อย่างเอิกเกริกเช่นนี้ พวกเราย่อมไม่ปฏิเสธ”
เหล่าอาจารย์ต่างพยักหน้าเห็นด้วย ฉินฮ่าวหรานเองก็ไม่มีข้อโต้แย้ง ในใจคิดคำนวณว่าโอกาสนี้เหมาะจะไปดูท่านอาอันเหอกับพวกเขาพอดี ไม่รู้ว่าพวกเขาทำงานที่หอเจียงฮั่นเป็นอย่างไรบ้าง
ดังนั้นคนกลุ่มหนึ่งจึงเดินมุ่งหน้าไปยังหอเจียงฮั่น ท่ามกลางหิมะแรกฤดูที่โปรยปรายเบาบาง พลางพูดคุยหัวเราะกันอย่างรื่นรมย์ เกล็ดหิมะตกกระทบแผ่นศิลาสีเขียว เกิดเสียงซู่ซ่าแผ่วเบา...
