รุ่งเช้าวันถัดมา ฉินฮ่าวหรานอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า สวมเสื้อคลุมบัณฑิตตัวสะอาด
ฉินเหอวั่งกับเถี่ยหลี่ออกจากโรงเตี๊ยม ส่วนเหอหวาอยู่เฝ้าสัมภาระ
ศาลบรรพชนฮั่นเกาจู่อยู่เชิงเขาขุยทางเหนือของเมือง
พอออกจากประตูเมืองด้านเหนือ ก็เห็นแนวเทือกเขาทอดไกล แม้ไม่สูงนัก ทว่ากลับแผ่บรรยากาศองอาจหนักแน่น
เดินไปตามทางขึ้นเขา บันไดศิลาคดเคี้ยวทอดขึ้นไป มีทั้งสิ้นกว่าร้อยขั้น
เมื่อเงยหน้ามอง ประตูภูเขาก็ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ชูดาบยาวสามฉื่อ ฟันงูขาว ปราบฉินอันโหดร้าย พิชิตเซี่ยงอวี่ สถาปนาแผ่นดิน เริ่มต้นราชวงศ์ฮั่นอันรุ่งโรจน์ยาวนานถึงสี่ร้อยปี
นายกองตำบลที่เริ่มต้นจากฐานะต่ำต้อยผู้นั้น ท้ายที่สุดได้กลายเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ผู้รับเครื่องหอมบูชาในศาลแห่งนี้
เมื่อก้าวเข้าสู่ประตูศาล ลานด้านในกว้างขวาง ตำหนักใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนฐานศิลาหลายชั้น ชายคางอนซ้อนชั้นและขื่อคานประสานกันอย่างวิจิตรตระการตา
ประตูตำหนักเปิดกว้าง ภายในมีแสงสลัว ยิ่งขับให้ดูสงัดลึกล้ำ
กลางตำหนักประดิษฐานรูปปั้นหลิวปัง จักรพรรดิฮั่นเกาจู่ พระองค์ทรงสวมมงกุฎประดับพู่ระย้า ฉลองพระองค์คลุมมังกรสีดำปักลายสิบสองมงคล สายพระเนตรประหนึ่งทอดผ่านควันธูป จับจ้องสรรพชีวิตนอกตำหนักและความผันแปรของแผ่นดิน
บนโต๊ะบูชาเบื้องหน้ารูปปั้น มีกำยานทองแดงปักธูปเส้นใหม่เก่าไม่เท่ากัน ควันสีเขียวลอยวนขึ้นสู่เบื้องบน
สองข้างประดิษฐานรูปปั้นขุนนางผู้สร้างคุณูปการในยุคต้นฮั่น อาทิ เซียวเหอ เฉาเซิน จางเหลียง และหานซิ่น
เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นแต่งกายเต็มยศ ถือแผ่นหยกประจำตำแหน่งยืนสงบนิ่ง
เหล่าแม่ทัพสวมเกราะ มือแตะด้ามกระบี่ ยืนผึ่งผาย
มีบัณฑิตหนุ่มท้องถิ่นหลายคนคุกเข่าคารวะอย่างเลื่อมใสบนเบาะรองเข่า พลางเอ่ยคำอธิษฐานแผ่วเบา
ฉินฮ่าวหรานล้างมือในอ่างทองแดงหน้าตำหนัก แล้วขอธูปสามดอกเส้นจากผู้ดูแลศาล นำไปจุดกับตะเกียงที่ลุกโชนไม่ดับ
เขาเดินไปยังเบาะรองเข่า แต่ยังมิได้คุกเข่าลงในทันที เพียงเงยหน้ามองรูปปั้นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่างเงียบงันครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยกชายเสื้อคลุมขึ้น คุกเข่าลงอย่างสำรวม ประคองธูปด้วยสองมือชูเหนือหน้าผาก โน้มกายลง โขกศีรษะสามครั้ง
