ข่าวฉินฮ่าวหรานสอบได้อันดับหนึ่งแห่งอำเภอ แผ่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านละแวกใกล้เคียงดุจสายลมวสันต์ แม้แต่หมู่บ้านหลิวถังก็ดูราวกับมีรัศมีเจิดจ้าขึ้นหลายส่วน
คนในตระกูลยังคงจมอยู่ในความยินดีและความคาดหวังต่ออนาคตอันยิ่งใหญ่ นอกจากเวลาทำงานในแต่ละวัน เรื่องที่พวกเขาพูดคุยกันก็หนีไม่พ้น “ฮ่าวหราน” “การสอบระดับเมือง” และ “ซิ่วไฉ”
ทว่าความยินดีอันสงบสุขนี้ดำรงอยู่ได้ไม่กี่วัน ก็ถูกเสียงกีบม้าอันเร่งร้อนทำลายลง
บ่ายวันนั้น ฉินเหอวั่งกำลังเฝ้ายามอยู่บนเนินดินตรงปากทางเข้าหมู่บ้านกับเด็กหนุ่มอีกหลายคน นี่เป็นงานสำคัญที่ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านมอบหมายให้พวกเขา
เมื่อเห็นแต่ไกลว่ามีคนแต่งกายเยี่ยงเจ้าหน้าที่ทางการควบม้ามุ่งหน้ามายังหมู่บ้าน ฉินเหอวั่งก็สะดุ้งโหยง กระโจนลุกขึ้นราวกับกระต่ายตกใจ แล้วตะโกนบอกสหายว่า “ข้าจะไปส่งข่าว!”
จากนั้นก็วิ่งสุดฝีเท้าเข้าไปในหมู่บ้าน พลางตะโกนสุดเสียงไปด้วยว่า “ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน! เจ้าหน้าที่มา! มีเจ้าหน้าที่มาแล้ว!”
ฉินเต๋อชางกำลังตรวจบัญชีอยู่ในบ้าน เมื่อได้ยินเสียงตะโกนก็ใจหายวาบ นึกว่าอีกฝ่ายมาเก็บภาษีฤดูร้อนหรือจัดสรรแรงงานเกณฑ์ จึงจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วออกไปต้อนรับโดยพลัน เจ้าหน้าที่ผู้นั้นมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านแล้วลงจากม้า ก่อนจะถามเสียงดังว่า “ที่นี่คือหมู่บ้านหลิวถังหรือ? หัวหน้าหมู่บ้านอยู่ที่ใด?”
ฉินเต๋อชางรีบก้าวไปข้างหน้า ประสานมือคารวะ “ข้าน้อยคือฉินเต๋อชาง หัวหน้าหมู่บ้าน ไม่ทราบใต้เท้ามีธุระอันใดหรือ?” ในใจลอบหวั่นวิตก ทว่าสีหน้ากลับพยายามรักษาความสงบไว้
เจ้าหน้าที่ผู้นั้นกวาดตามองฉินเต๋อชาง ก่อนหยิบเทียบเชิญที่ใส่ซองประทับตราทางการสีแดงออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้ ใบหน้ากลับมีแววสุภาพอยู่หลายส่วน “ข้าน้อยได้รับคำสั่งจากใต้เท้านายอำเภอ ให้นำเทียบเชิญมาส่งให้ฉินฮ่าวหราน ผู้สอบได้อันดับหนึ่งแห่งอำเภอของหมู่บ้านท่าน วันที่ 28 เดือนสาม จะมีงานชุมนุมวรรณกรรมของบัณฑิตสำนักหรูที่เมืองเหมี่ยนหยาง ขอเชิญผู้สอบได้อันดับหนึ่งฉินเข้าร่วม แลกเปลี่ยนความรู้ด้วยบทประพันธ์ หวังว่าจะเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ”
