หลี่หงรีบลุกขึ้นยืน คำนับตอบว่า “มิกล้ารับ มิกล้ารับใต้เท้าฉินยกย่องข้าน้อยเกินไปแล้ว”
จากนั้นก้มมองเด็กทั้งสอง “เฉิงหยวน เฉิงเจา มานี่ ของขวัญปีใหม่ของพวกเจ้า”
ฉินเฉิงหยวนกับฉินเฉิงเจาคำนับอย่างเรียบร้อย ก่อนรับซองแดงมาแล้วเอ่ยเสียงหวาน “ขอบคุณท่านลุงหลี่ ขอให้ท่านลุงหลี่มีความสุขในวันปีใหม่ สุขภาพแข็งแรง!”
หลี่หงยิ้มพลางยื่นมือไปลูบศีรษะเด็กทั้งสอง แววตาอ่อนโยนดุจแสงตะวันต้นฤดูใบไม้ผลิ “เด็กดี เด็กดี”
นั่งอยู่ครู่หนึ่ง สนทนากันไม่กี่คำ ฉินฮ่าวหรานก็ลุกขึ้นกล่าวลา
ฉินเฉิงหยวนกับฉินเฉิงเจาที่เหลืออยู่ จึงทำตามธรรมเนียมปีใหม่ของชนบท ออกวิ่งไปพร้อมกับเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน เที่ยวเยี่ยมเยียนและกล่าวคำอวยพรตามบ้านเรือนและตรอกซอกซอย
ก่อนหน้านี้ฉินฮ่าวหรานพาพี่น้องทั้งสองไปคารวะผู้อาวุโสในบ้านหลักของตระกูลตามที่ต่าง ๆ แล้ว
ไม่ต้องส่งเทียบ ไม่ต้องถามไถ่ลำดับอาวุโส ขอเพียงรู้จักพูดจาไพเราะ ก็รับซองแดงได้
เด็ก ๆ จับกลุ่มกันสามถึงห้าคน วิ่งจากหัวหมู่บ้านฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตก เมื่อถึงประตูบ้านใด ก็พร้อมใจกันร้องว่า “มาอวยพรปีใหม่แล้ว!”
จากนั้นก็พากันเอ่ยคำมงคลเซ็งแซ่
“ท่านปู่ท่านย่าสุขสันต์วันปีใหม่!”
“ท่านลุงท่านป้าสุขสันต์วันปีใหม่!”
“ขอให้มั่งมีเงินทอง!”
“ขอให้สมปรารถนาทุกประการ!”
“ขอให้อายุยืนร้อยปี!”
เจ้าบ้านถูกเสียงอึกทึกจนปวดหัว ทว่ากลับยิ้มแย้มควักซองแดงออกมาแจกทีละคน ในซองกระดาษแดงห่อเหรียญทองแดงไว้ ซองละสองอีแปะ บางซองมีสี่อีแปะ ส่วนซองที่ใจกว้างที่สุดมีหกอีแปะ
เด็ก ๆ รับซองแดงมาแล้วเก็บใส่กระเป๋า ก่อนวิ่งไปยังบ้านหลังถัดไป
