เสียงฝีเท้าเคลื่อนมาหยุดหน้าห้องสอบของฉินฮ่าวหราน รองเท้าขุนนางคู่หนึ่งปรากฏตรงปากประตูเตี้ย จากนั้นมือข้างหนึ่งก็ยื่นซองสีเหลืองเข้มสอดผ่านช่องประตูเข้ามา
“ห้องสอบหมายเลขสี่ร้อยสิบสอง อักษรซู่ รับข้อสอบ!”
ฉินฮ่าวหรานขานตอบทันที “ศิษย์รับข้อสอบ!”
เขายื่นมือทั้งสองข้างออกไปรับซอง กระดาษคำตอบ และกระดาษร่าง
ตรงปากซองปิดผนึกด้วยแถบกระดาษสีขาว เขียนไว้ว่า “ซองข้อสอบการสอบระดับเมืองหลวงของกรมพิธีการ” ประทับตราประจำกรมพิธีการด้วยหมึกชาด เป็นอักษรตราซ้อนเก้าชั้น
ฉินฮ่าวหรานวางซองลงบนแผ่นไม้ด้วยความระมัดระวัง มิได้เปิดออกในทันที
ตามธรรมเนียมต้องตรวจดูแถบผนึกก่อนว่ายังสมบูรณ์ดีหรือไม่ เพื่อยืนยันว่าไม่มีผู้ใดเปิดซองมาก่อน
เขาก้มลงพิจารณาอย่างละเอียด แถบผนึกเรียบสนิท ตราประทับชัดเจน ขอบไม่ชำรุด รอยแป้งเปียกที่ใช้ติดก็ดูเป็นธรรมชาติ ทุกอย่างเรียบร้อยดี
จากนั้นจึงหยิบมีดตัดกระดาษออกจากตะกร้าสอบ จ่อคมมีดเข้ากับขอบด้านบนของซอง
ซองถูกกรีดเป็นรอยเปิดเรียบร้อย ฉินฮ่าวหรานวางมีดลง แล้วหยิบกระดาษข้อสอบด้านในออกมา
เป็นกระดาษเซวียนสีขาวบริสุทธิ์ปึกหนึ่ง พับไว้สามทบ เขากลั้นหายใจ ค่อย ๆ คลี่ออก
การสอบระดับเมืองหลวงมีสามสนาม สนามละหนึ่งวัน ผู้เข้าสอบต้องทำข้อสอบให้เสร็จภายในวันเดียว จึงต้องแบ่งเวลาอย่างแม่นยำ
เริ่มสอบตั้งแต่ยามเฉิน (8 นาฬิกา) จนถึงปลายยามไฮ่ (23 นาฬิกา)
ทว่านับแต่หลังยามเซิน (ตั้งแต่ 15 นาฬิกาเป็นต้นไป) ผู้เข้าสอบที่ทำเสร็จแล้วสามารถส่งกระดาษคำตอบก่อนกำหนดได้ตามสมัครใจ เมื่อตรวจรับแล้วก็เก็บตะกร้าสอบออกจากสนามสอบหลวงได้ทันที โดยไม่มีผู้ใดขัดขวาง
ต้นยามซวี (19 นาฬิกา) ผู้ที่ยังส่งกระดาษคำตอบไม่เสร็จจะได้รับเทียนเล่มใหญ่ 3 เล่ม เพื่อเขียนต่อ
ปลายยามไฮ่ (22–23 นาฬิกา) เมื่อเทียนมอดลง ทุกคนจะถูกบังคับให้ส่งกระดาษคำตอบ ผู้เข้าสอบที่ยังเหลืออยู่ทั้งหมดต้องส่งข้อสอบ เมื่อตรวจรับแล้วก็ออกจากสนามสอบทันที ก่อนต้นยามจื่อจะต้องเก็บกวาดสนามสอบหลวงให้เรียบร้อย ห้ามมีผู้ใดตกค้างแม้แต่คนเดียว
หน้าแรกเป็นข้อสอบอรรถาธิบายคัมภีร์สี่เล่ม มีสามข้อ
