วันที่ 10 เดือนสี่ กำหนดสอบระดับเมืองก็มาถึงในที่สุด
ด้วยประสบการณ์จากการสอบระดับอำเภอคราก่อน ฉินฮ่าวหรานจึงเตรียมตัวครานี้ได้อย่างผ่อนคลายขึ้นมาก
ทว่าฉินเต๋อชางกลับไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย คืนก่อนสอบระดับเมือง เขาตรวจค้นตะกร้าสอบของฉินฮ่าวหรานซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่หลายรอบ
ฉินหย่วนซานก็เลิกไปรับจ้างที่ท่าเรือ ตั้งใจเฝ้าอยู่ในโรงเตี๊ยม เพื่อให้แน่ใจว่าฮ่าวหรานจะไม่ถูกรบกวน ทั้งยังตระเตรียมการคุ้มกันอยู่เงียบ ๆ
ฟ้ายังไม่สาง ทว่าเมืองหลวงของเมืองก็ตื่นจากนิทราแล้ว ตามถนนทุกสายที่มุ่งสู่สนามสอบ มีผู้เข้าสอบนับไม่ถ้วนเดินทางมารวมตัวกัน ณ สนามสอบหลวง โดยมีคนในครอบครัวติดตามมาด้วย แต่ละคนมีความรู้สึกซับซ้อน ทั้งคาดหวัง ตื่นเต้น และกระวนกระวาย ฉินเต๋อชางกับฉินหย่วนซานประกบอยู่ซ้ายขวาของฉินฮ่าวหราน สายตากวาดมองรอบด้านอย่างระแวดระวัง
เมื่อมาถึงบริเวณรอบนอกของสนามสอบ ที่นี่มีทหารเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการตั้งแนวกั้นเพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยไว้แล้ว มีเพียงบัณฑิตและบัณฑิตหลินเซิงผู้ค้ำประกันเท่านั้นที่เข้าไปได้
ฉินเต๋อชางกับฉินหย่วนซานทำได้เพียงยืนอยู่นอกแนวกั้น สายตาทะลุผ่านฝูงชน จับจ้องแผ่นหลังของฉินฮ่าวหรานไว้ไม่วางตา
ฉินเต๋อชางกล่าวเสียงเบา “หย่วนซาน ดูฮ่าวหรานสิ สุขุมเพียงใด” น้ำเสียงเจือความภาคภูมิใจและความตื่นเต้นที่ยากจะข่มไว้
ยามเหม่า (5 โมงเช้า) ประตูใหญ่หนักอึ้งของสนามสอบค่อย ๆ เปิดออกพร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าด ขั้นตอนการเข้าสอบเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ขั้นแรกคือการตรวจสอบตัวตนและยืนยันผู้ค้ำประกันอย่างเข้มงวด ผู้เข้าสอบทุกคนเข้าแถวรอเป็นชุด ๆ ณ ลานโล่งหน้าประตูสนามสอบ ตามลำดับที่สำนักศึกษาประจำเมืองประกาศไว้ล่วงหน้า โดยมีเจ้าหน้าที่คอยนำทาง
บนขั้นบันไดมีเสมียนชั้นผู้น้อยหลายคนสวมเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ สีหน้าเคร่งขรึม มือถือบัญชีรายชื่อ พวกเขาเริ่มขานชื่อแยกตามอำเภอและภูมิลำเนา
