หลังกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม วันคืนของฉินฮ่าวหรานก็กลับสู่จังหวะดังเช่นแต่ก่อน
รุ่งเช้าวันถัดมา เขาไปกรมขุนนางเพื่อรายงานตัวสิ้นสุดวันลา
หลางจงแห่งกองคัดเลือกขุนนาง กรมขุนนาง ตรวจสอบใบลาแล้วขีดฆ่าชื่อในสมุด ก่อนยิ้มกล่าวว่า “ผู้เรียบเรียงฉินเพิ่งแต่งงานใหม่ ได้พักผ่อนจนเต็มที่แล้วหรือ? ทางสำนักฮั่นหลินเร่งถามอยู่หลายคราแล้ว”
ฉินฮ่าวหรานยิ้มตอบ “ขอบพระคุณใต้เท้าที่ห่วงใย วันลาพักหนึ่งเดือนนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งใหญ่ วันนี้ข้าจะกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักฮั่นหลิน”
ออกจากกรมขุนนางแล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปยังสำนักฮั่นหลิน
โจวเหยียนหลี่เห็นเขากลับมา จึงลูบเคราพลางยิ้มกล่าว “จิ่งสิงกลับมาแล้วหรือ? ชีวิตคู่ใหม่เป็นอย่างไรบ้าง?”
ฉินฮ่าวหรานประสานมือคำนับ “ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ห่วงใย ทุกอย่างล้วนดีขอรับ”
โจวเหยียนหลี่พยักหน้า แล้วยื่นเอกสารปึกหนึ่งให้ “นี่คืองานที่สะสมไว้ระหว่างเจ้าลาหยุด ค่อย ๆ ทำไป ไม่ต้องร้อนใจ”
ฉินฮ่าวหรานรับมาแล้วก้มหน้าทำงาน ทั้งตรวจชำระหนังสือ ร่างเอกสาร และเทียบตำราคลาสสิก ทุกอย่างเป็นไปเช่นวันวาน
วันหนึ่ง ขณะฉินฮ่าวหรานกำลังตรวจชำระหนังสือ บ่าวเฝ้าประตูก็เข้ามารายงานว่า “ผู้เรียบเรียงฉิน มีคนจากจวนสวีมาแจ้งว่ามีธุระขอรับ”
ฉินฮ่าวหรานออกไปในทันที ผู้มาเป็นพ่อบ้านแห่งจวนสวี เมื่อเห็นฉินฮ่าวหรานออกมา ก็ประสานมือคำนับ “คุณชายเขย นายท่านให้ข้าน้อยมาบอกว่า ขอเชิญท่านไปที่ ‘เรือนหลิ่วเฉวียน’ หลังเลิกงาน นายท่านจัดงานเลี้ยงไว้ที่นั่น มีเรื่องจะหารือ”
ฉินฮ่าวหรานพยักหน้ารับ พ่อบ้านเตือนเสียงเบาอีกว่า “นายท่านบอกให้คุณชายเขยสวมชุดลำลองก็พอ ไม่ต้องถือพิธี”
การสวมชุดลำลองหมายความว่าไม่ใช่งานทางการ แต่เป็นการพบปะกันเป็นการส่วนตัว
