หลังส่งชาวบ้านทุกคนกลับไป เฉินเว่ยกั๋วก็ถอนหายใจโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด
โชคดีที่ลูกชายช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ไม่อย่างนั้นเนื้อหมูที่อุตส่าห์แย่งกลับมาได้คงก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีกไม่รู้เท่าไร
คราวนี้แม้แต่พี่ใหญ่เฉินโส่วจงก็ยังยกนิ้วโป้งให้เฉินฮวน พลางเอ่ยว่า
“น้องเล็ก ยังไงก็ต้องยกให้แกจริง ๆ”
“ไม่อย่างนั้นหน้าบ้านเราคงถูกคนเหยียบจนพังแน่”
รถกลับถึงบ้านอย่างรวดเร็ว พวกเขามอบเครื่องในที่รับปากไว้ทั้งหมดกับหัวหมูทั้งหัวให้ตระกูลหลิน เฉินฮวนเป็นคนไปส่งทั้งสี่คนด้วยตัวเอง
ก่อนกลับ หลินเจี้ยนกั๋วกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง
“ฮวนจื่อ ขอบใจนะที่มีเรื่องดี ๆ แบบนี้แล้วยังนึกถึงลุงหลิน”
“นึกว่าจะเอาเนื้อหมูไปให้ญาติฝั่งตัวเองซะอีก”
เฉินฮวนยิ้มแล้วพูดว่า
“ลุงหลิน พูดอะไรอย่างนั้น ญาติห่าง ๆ ยังสู้เพื่อนบ้านใกล้เรือนไม่ได้เลย อีกอย่างผมกับหลินไห่ก็เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ความสัมพันธ์ของเราสองคนไม่ได้น้อยหน้าพี่น้องแท้ ๆ หรอกครับ”
พอเฉินฮวนชมเข้าให้ หลินไห่ที่นอนอยู่บนรถก็ยิ้มหน้าบานทันที เขาพูดอย่างได้ใจว่า
“พ่อ พี่ใหญ่ได้ยินไหม?”
เห็นท่าทางลำพองของเขา หลินต้าซานก็เดินเข้ามาพูดบ้าง
“ฮวนจื่อ ต่อไปมีเรื่องอะไรก็บอกพี่ได้เลย พี่หลินต้าซานนับแกเป็นน้องชายแล้ว”
หลินเจี้ยนกั๋วหรี่ตายิ้มพลางพูดว่า
“คืนนี้ถ้าว่างก็แวะมาดื่มเหล้าที่บ้านนะ เดี๋ยวฉันให้ป้าทำหูหมูกับจมูกหมูพะโล้ไว้เป็นกับแกล้มให้”
หลังส่งคนตระกูลหลินกลับไป เฉินฮวนก็พูดทันทีว่า
“พ่อ พี่ใหญ่ ตอนนี้ยังกลับบ้านไปพักไม่ได้ พวกเราไปขายเนื้อหมูกันเลย ไม่อย่างนั้นพออาใหญ่กับอารองได้ข่าวก็ต้องมาหาเรื่องที่บ้านเราอีก”