ในเวลาเดียวกัน
คุกหลวงองครักษ์เสื้อแพรตั้งอยู่ใต้ดินทางฝั่งตะวันตกของพระราชวังหลวง สถานที่แห่งนี้ไม่เคยต้องแสงตะวันตลอดทั้งปี ยิ่งทวีบรรยากาศมืดมนชวนหวาดผวา
บันไดในทางเดินใต้ดินที่มุ่งสู่คุกหลวงมีไอชื้นลื่นเหนียวเกาะอยู่ชั้นหนึ่ง แสงคบเพลิงส่องกระทบผนัง ก่อนจะถูกผนังดูดกลืนไปกว่าครึ่ง เหลือเพียงวงแสงสลัวสีเหลืองหม่นที่สั่นไหว
เครื่องทรมานนานาชนิดตั้งเรียงรายอยู่ริมผนัง โลหะในความมืดทอประกายเย็นเยียบราง ๆ
กลิ่นอับชื้น กลิ่นคาวเลือด และกลิ่นฉุนอื่น ๆ ปะปนอยู่ในอากาศ ผู้ที่เพิ่งมาถึง หากได้กลิ่นเหล่านี้เข้า คงอยากอาเจียนในทันที
ส่วนเหล่านักโทษที่ถูกขังอยู่ในคุกหลวงเป็นเวลานาน ไม่ตายไปเสียก่อน ก็แทบไม่เหลือสภาพเป็นคน นี่เองคือสาเหตุที่ผู้คนต่างหน้าถอดสีเมื่อเอ่ยถึงคุกหลวงองครักษ์เสื้อแพร
เมื่อเหล่านางกำนัลและขันทีในตำหนักของจูสยงอิงถูกคุมตัวเข้ามา บางคนก็ทรุดลงกับพื้นทันที บางคนก้มหน้าจนแทบชิดอก ไหล่สั่นไม่หยุด ขณะที่บางคนสะอื้นไห้เสียงเบา
เห็นได้ชัดว่าเหล่านางกำนัลและขันทีเหล่านี้ล้วนเคยได้ยินถึงความน่าสะพรึงกลัวของคุกหลวงองครักษ์เสื้อแพร
พวกเขาล้วนเป็นผู้รับใช้พระองค์ชายพระราชนัดดา บัดนี้พระองค์ชายพระราชนัดดาถูกวางยาพิษ พวกเขารู้ดีว่าหากสืบสาวอะไรไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าจะมีใครได้ออกไป
ต่อให้ตามหาตัวผู้วางยาพิษพบ พวกเขารอดออกไปได้อย่างโชคดี ก็คงต้องเจ็บหนักกว่าจะพ้นเคราะห์
“ผู้ใดเป็นคนดูแลกระถางกำยานของพระองค์ชายพระราชนัดดา?” เหมาหยางมองเหล่านางกำนัลและขันทีตรงหน้า ก่อนถามด้วยเสียงต่ำ
