หยางลี่ฮวากินข้าวในโรงอาหารไปสองสามคำอย่างไม่ใส่ใจ ถ้าไม่หิวจนทนไม่ไหว เธอคงไม่อยากกินด้วยซ้ำ
เธอเหนื่อยมากจริง ๆ ความอ่อนล้าทางร่างกายยังเป็นเรื่องรอง เพราะทั้งวันต้องอยู่ในโรงปั่นด้ายท่ามกลางเสียงเครื่องจักรคำราม ตอนนี้ในหัวก็ยังอื้ออึงไม่หาย
ฉวยจังหวะที่ไม่มีใครอยู่ในหอพัก เธอรีบใช้พลังจิตนำน้ำพุวิญญาณออกมาจากมิติพิเศษหนึ่งหยด ทันทีที่น้ำแตะลิ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือว่าน้ำพุวิญญาณมีสรรพคุณวิเศษจริง ๆ ความเหนื่อยล้ากลับทุเลาลงมากในพริบตา เธอรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นไม่น้อย
หยางลี่ฮวานอนอยู่บนเตียง มองไฝแดงบนฝ่ามือซ้าย แววตาวูบไหว โชคดีที่เธอยังมีมิติพิเศษ สิ่งนี้จะเป็นหลักประกันให้เธอยืนหยัดต่อไปได้
เพิ่งเข้าทำงาน ยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่สักเท่าไร แผนการทั้งหลายจึงเป็นแค่คำพูดลอย ๆ เมื่อรากฐานยังไม่มั่นคง ทั้งยังไม่มีใครเห็นความสำคัญ ตอนนี้จะหวังย้ายออกจากตำแหน่งพนักงานควบคุมเครื่องจักรที่ทั้งหนักทั้งเหนื่อย ก็ไม่ต่างอะไรกับเพ้อฝัน
เฮ้อ! ดูท่าเธอคงต้องทนลำบากอยู่ที่นี่ไปอีกพักใหญ่
จ้าวเสี่ยวเฟินกลับหอพักหลังเลิกงาน เหลือบมองหยางลี่ฮวาที่นอนแผ่อยู่ แล้วหันไปมองเตียงฝั่งตรงข้ามซึ่งว่างเปล่า เป็นเตียงของจูหยวนหยวน เธอทำท่าเหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่พูด
“เสี่ยวเฟิน เป็นอะไรไป ทำไมทำหน้าแบบนั้น” หยางลี่ฮวาชันตัวขึ้น มองจ้าวเสี่ยวเฟินอย่างสงสัย
จ้าวเสี่ยวเฟินเม้มริมฝีปาก มองดูแล้วว่าไม่มีคนอื่นอยู่ในหอพัก จึงเดินไปข้างเตียงหยางลี่ฮวาแล้วลดเสียงลง น้ำเสียงเจือความขุ่นเคือง “ลี่ฮวา รู้ไหมว่าตอนแรกหัวหน้าซุนจัดให้จ้าวพ่านไหล ช่างเก่ามากฝีมือของพวกเรา มาสอนเธอ”
